เศรษฐกิจกานซูปี 63 ขยายตัว 3.9% พร้อมมุ่งสนับสนุน 10 สาขาอุตสาหกรรมสีเขียวสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2564 นาย Ren Zhenhe (任振鹤) ผู้ว่าการมณฑลกานซู แถลงสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาลและเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจในปี 2564 สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

 1. ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2563

ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ปี 2563 ของมณฑลกานซูมีมูลค่า 901,670 ล้านหยวน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 3.9 แบ่งเป็น

– อุตสาหกรรมปฐมภูมิ มูลค่า 119810 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 5.4

– อุตสาหกรรมทุติยภูมิ มูลค่า 285200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 5.9

– อุตสาหกรรมตติยภูมิ มูลค่า 496,650 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 2.2

ในส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมนครหลานโจวมูลค่า 288,674 ล้านหยวน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 2.4

2. ภาพรวมอุตสาหกรรมการเกษตรและปศุสัตว์

ตลอดปี 2563 มณฑลกานซูมีผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มข้าวและธัญพืชได้มากถึง 12.02 ล้านตัน สร้างสถิติผลผลิตมากกว่า 12 ล้านตันได้เป็นครั้งแรก โดยเติบโตขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 3.4 ในจำนวนนี้แบ่งเป็น (1) ข้าวและธัญพืชฤดูร้อน (Summer Grains) 3.22 ล้านตัน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 1.9 และ (2) ข้าวและธัญพืชฤดูใบไม้ร่วง (Autumn Grains) 8.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 5.5

ผลผลิตทางปศุสัตว์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อาทิ (1) เนื้อสุกร 492,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 (2) เนื้อวัว 249,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 (3) เนื้อแพะ 276,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 (4) เนื้อสัตว์ปีก 72,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.4 (5) ผลผลิตไข่จากสัตว์ปีก 198,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.1 และ (6) นมวัว 575,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.4

3. อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ตลอดปี 2563 อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของมณฑลกานซูปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 6.5 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของมณฑลต่างมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมเหมืองแร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 (2) อุตสาหกรรมการผลิต เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 (3) อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.5 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 และ (4) อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562

โดยระหว่างเดือน ม.ค. – พ.ย. 2563 มณฑลกานซูมีรายได้จากอุตสาหกรรมข้างต้นกว่า 649,400 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 9.4 กำไร 27,960 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 10.4

4. การบริโภคภายในพื้นที่

ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของทั้งมณฑลรวม 363,240 ล้านหยวน ปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 1.8 (ไตรมาสที่ 1 ของปี ปรับตัวลดลงต่ำสุดที่ร้อยละ 13) โดยจำแนกเป็น (1) ยอดการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคในเขตตัวเมือง มูลค่า 299,120 ล้านหยวน ปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 2.1 และ (2) ยอดการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคในเขตชนบท มูลค่า 64,110 ล้านหยวน ปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 0.6

หากพิจารณาจากประเภทธุรกิจ พบว่า ธุรกิจร้านอาหารทำรายได้ทั้งปีเพียง 41,820 ล้านหยวน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ร้อยละ 7.1 และพบแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจกลุ่มร้านหนังสือ เครื่องใช้และสิ่งของในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ซึ่งมีอัตราการเติบโตร้อยละ 22.7 15.4 และ 9.5 ตามลำดับ

5. การค้าระหว่างประเทศ

การค้าระหว่างประเทศของมณฑลกานซูมีมูลค่า 37,280 ล้านหยวน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 2 แบ่งเป็น

5.1 การส่งออก 8,570 ล้านหยวน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 34.8

คู่ค้าสำคัญ 5 อันดับแรกจาก Global Trade Atlas ระบุไว้ได้แก่ (1) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.47 (2) สหรัฐอเมริกา 96.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.62 (3) ไต้หวัน 69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.46 (4) เกาหลีใต้ 57.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.56 และ (5) เยอรมนี 49.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.91

5.2 การนำเข้า 28,710 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 15.3

คู่ค้าสำคัญ 5 อันดับแรกจาก Global Trade Atlas ระบุไว้ได้แก่ (1) คาซัคสถาน 1,019 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.89 (2) มองโกเลีย 439 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.73 (3) ออสเตรเลีย 274 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 (4) คองโก 259 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.33 และ (5) ไต้หวัน 192 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.69

6. การค้าระหว่างมณฑลกานซูกับประเทศไทย

6.1 ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 13 ที่มณฑลกานซูส่งออกสินค้ามากที่สุดมูลค่า 24.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 40.98 สินค้าที่ส่งออกไปไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ไฟฟ้า 6.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 61.7 (2) เครื่องจักรและชิ้นส่วนอะไหล่ 4.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2563 ร้อยละ 50.63 (3) ผลไม้และพืชตระกูลถั่ว 2.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 53.26  (4) ผักสดและพืชชนิดมีรากและหัว 2.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 70.45 และ (5) แร่ธาตุและสารเคมีอนินทรีย์ 1.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.97 เท่าจากปี 2562

6.2 ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 50 ที่มณฑลกานซูนำเข้าสินค้ามากที่สุด มูลค่า 2.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.47 เท่า จากปี 2562 สินค้าที่มณฑลกานซูนำเข้าจากไทย 5 อันดับแรกได้แก่ (1) สารเคมีอินทรีย์ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เป็นการติดอันดับครั้งแรก) (2) ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่ 451,831 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 1.086 เท่า (3) อุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 372,715 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ถึง 7.75 เท่า (4) ข้าวโอ๊ตและธัญพืชสำเร็จรูป 213,970 ดอลลาร์สหรัฐ (เป็นการติดอันดับครั้งแรก) และ (5) ผลไม้และธัญพืชตระกูลถั่ว 126,903 ดอลลาร์สหรัฐ (เป็นการติดอันดับครั้งแรก)

7. การเงินและการธนาคาร

ตลอดปี 2563 มณฑลกานซูจัดเก็บรายได้รวม 87,450 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 2.8 ในจำนวนนี้คือการจัดเก็บภาษีเงินได้ 56,790 ล้านหยวน ลดลงจากปี 2562 ร้อยละ 1.7 และรายได้อื่น ๆ ที่มิใช่ภาษีอีก 30,660 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 12.5 โดยมีรายจ่ายตลอดปีกว่า 415,490 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 5.1 ในจำนวนนี้เป็นรายจ่ายในกลุ่มงานการสาธารณสุข ประกันสังคมและการจ้างงาน ภาคการเกษตร และการดูแลสิ่งแวดล้อมและบำบัดน้ำเสีย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.5 9.7 8.2 และ 7 ของงบประมาณทั้งหมด

8. รายได้ประชากร

รายได้ประชากรต่อหัวเฉลี่ย (Disposable Income Per Capita) 20,335 หยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 6.2 โดยแบ่งเป็น (1) รายได้ประชากรในเขตเมืองเฉลี่ยต่อหัว 33,822 หยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 4.6 และ (2) รายได้ประชากรในเขตชนบทเฉลี่ยต่อหัว 10,344 หยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 7.4

9. พัฒนาการของอุตสาหกรรมสะอาด 10 ประการ

ภายหลังที่รัฐบาลมณฑลกานซูประกาศสนับสนุน 10 สาขาอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Ecological Industries) ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมการอนุรักษ์พลังงานและคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (节能环保产业) (2) อุตสาหกรรมการผลิตสีเขียว (节能环保产业) (3) อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสะอาด (清洁能源产业) (4) การเกษตรหมุนเวียน (循环农业) (5) อุตสาหกรรมยาสมุนไพรจีน (中医中药产业) (6) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (文化旅游产业) (7) อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ (通道物流产业) (8) รูปแบบอุตสาหกรรมที่ผสมผสานระหว่างการทหารและพลเรือน (军民融合产业) (9) อุตสาหกรรมข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ และ (10) อุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (先进制造产业) ทำให้ในปี 2563 อุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถทำรายได้รวมกว่า 217,940 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ร้อยละ 5.8 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.2 ของ GDP ทั้งมณฑล

10. พัฒนาการด้านการคมนาคม

ตลอดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 การคมนาคมและขนส่งของมณฑลกานซูเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีการเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าทางอากาศ 5 เส้นทาง และ 12 เส้นทางขนส่งสินค้าแบบเหมาลำ แม้จะได้รับผลกระทบในช่วงท้ายแผนพัฒนาฯ จากการแพร่ระบาดของ COVID 19 ก็ตาม อย่างไรก็ดี มณฑลกานซูได้พยายามผลักดันให้สามารถนำเข้า-ส่งออกสินค้าได้โดยตรงไม่ต้องผ่านเมืองหน้าด่านเหมือนในอดีต ปัจจุบัน เขตโลจิสติกส์นานาชาตินครหลานโจวยังเป็นด่านที่ได้รับอนุมัติให้สามารถนำเข้ารถยนต์ประกอบสำเร็จจากต่างประเทศ เมืองหลานโจวและเมืองเทียนสุ่ย ได้รับการอนุมัติให้เป็นเมืองนำร่องพื้นที่การค้าออนไลน์ข้ามแดน (Cross Border E-Commerce) พร้อมตั้งศูนย์บริการและจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นในต่างประเทศกว่า 111 แห่ง นอกจากนี้ ยังได้รับการอนุมัติให้เป็นพื้นที่นำร่องคลังซื้อขายแร่อะลูมิเนียมแห่งแรกในภูมิภาคจีนตะวันตกเฉียงเหนืออีกด้วย (Aluminum Futures Warehouse)

11. การยกระดับศักยภาพมณฑลให้เป็นมณฑลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ภายหลังที่รัฐบาลมณฑลกานซูได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางในการก่อตั้งเขตสาธิตนวัตกรรมแห่งชาติ (National Self-independent Innovation Demonstration Zones) 2 แห่ง ได้แก่ เขตพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทค (High-tech Industrial Development Zone) นครหลานโจว และเขตสาธิตนวัตกรรมแห่งชาติเมืองไป๋หยิน (Lanzhou Baiyin National Independent Innovation Demonstration Zone) รัฐบาลมณฑลได้เร่งพัฒนามณฑลกานซูให้บรรลุเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยีนวัตกรรมระดับประเทศ เพื่อกระตุ้นการพัฒนาทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน

ในปี 2563 รัฐบาลมณฑลกานซูสนับสนุนงบประมาณเพิ่มอีก 200 ล้านหยวน จัดตั้ง “กองทุนพิเศษสำหรับการบูรณาการในอุตสาหกรรมเกิดใหม่” (Special Funds for Emerging Industry Integration) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการรักษาโรคด้วยการฉายรังสีเทคโนโลยี “Heavy Ion Therapy” รวมไปถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้เป็นรากฐานสำคัญในการวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยเทคโนโลยีข้างต้น ซึ่งจะช่วยพัฒนามณฑลกานซูไปสู่เมืองแห่งเทคโนโลยีนวัตกรรมระดับประเทศ ในเบื้องต้นกองทุนฯ นี้จะให้การสนับสนุน 4 หน่วยงานหลักที่วิจัยและพัฒนาประสิทธิภาพเครื่องฉายรังสีเทคโนโลยี “Heavy Ion Therapy” ได้แก่ (1) CAS (Chinese Academy of Science) สำนักงานนครหลานโจว (2) สถาบันฟิสิกส์สมัยใหม่ (Institute of Modern Physics) (3) โรงพยาบาลมะเร็งเมืองอู่เว่ย (Wuwei Cancer Hospital) และ (4) โรงพยาบาลเฉพาะทาง “Lanzhou Heavy Ion Hospital” โดยจะร่วมกันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ศูนย์วินิจฉัยและทดสอบโรค ณ เขตสาธิตนวัตกรรมแห่งชาติ (National Self-independent Innovation Demonstration Zones) ที่เขตเมืองใหม่ นครหลานโจว

นอกจากนี้ ในปี 2563 มณฑลกานซูยังได้ให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรเพื่อการส่งออกโดยเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2563 มณฑลกานซูได้ส่งออกสารสกัดสมุนไพรส่งขายยังต่างประเทศเป็นครั้งแรกของมณฑลกานซู ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในการวิจัยและพัฒนาสารสกัดสมุนไพรเชิงพาณิชย์ส่งออกต่างประเทศด้วยตนเอง โดยส่งออกสารสกัดจากราก “หลูเกิน” (Reed Rhizome หรือที่นิยมเรียกเป็นภาษาไทยว่า “โหล่วกึง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) มีฤทธิ์เย็น ช่วยดับร้อน แก้กระหาย และสารสกัดจากหวงฉี (พืชตระกูลโสมชนิดหนึ่ง) ในลักษณะผงเข้มข้น (Concentrated powder) น้ำหนักรวม 1.3 ตัน ไปยังประเทศเมียนมา ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่แปรรูปแล้วให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งออกได้มากกว่าการเน้นส่งเสริมการส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรเหมือนในอดีต และยังแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการเพาะปลูกและแปรรูปของมณฑลกานซูที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ปัจจุบัน โรงงานแปรรูปสมุนไพรของมณฑลได้รับการยอมรับการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) แล้วกว่า 104 แห่ง นอกจากนี้ ยังได้รับการยอมรับในมาตรฐานการเพาะปลูกแบบไร้มลพิษ (the origin of pollution-free agricultural products) มากกว่า 1,000 แห่งทั่วทั้งมณฑล

11. เป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจมณฑลกานซูปี 2564

11.1 ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรม โดยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนจากวิสาหกิจขนาดใหญ่ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมที่มีรายได้ต่อปีเกิน 5,000 ล้านหยวน ไม่ต่ำกว่า 10 ราย

11.2 ปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี หลอมโลหะ การผลิตวัสดุและชิ้นส่วนอุปกรณ์ พลังงาน ตลอดจนเร่งยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่อุตสาหกรรมไฮเอนด์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการผลิต ให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเกษตรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะด้าน เภสัชกรรมชีวภาพ พลังงานใหม่ การผลิตวัสดุใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเพื่อสุขภาพ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์และการรักษาด้วยเทคโนโลยี Heavy Ion อย่างต่อเนื่อง

11.3 สนับสนุนและสานต่อโครงการก่อสร้างสาธาณูปโภคพื้นฐาน เร่งการยกระดับศักยภาพพื้นฐานการคมนาคมในทุกมิติ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเขตเมืองจากพื้นที่ชายขอบมณฑลและพื้นที่ชนบท พร้อมกับการพัฒนาระบบป้องกันสาธารณภัยในทุกพื้นที่ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและประหยัดพลังงานเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

11.4 มุ่งสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว เพราะรากฐานการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมาจากสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์และปลอดภัย โดยเน้นการปกป้องสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการบำบัดของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปกป้องและรักษาระบบนิเวศวิทยาลุ่มแม่น้ำเหลือง เร่งยกระดับประสิทธิภาพระบบอนุรักษ์และป้องกันพืชและสัตว์ป่าบนเทือกเขาฉีเหลียน (祁连山) และพื้นที่เขตอนุรักษ์แห่งชาติรั่วเอ๋อก้าย (甘肃若尔盖国家公园自然保护地)

11.5 ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและฟื้นฟูแหล่งชนบท โดยส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสและเครื่องมือการพัฒนาธุรกิจ พร้อมยึดหลักแนวคิด “4 ประการ” คือ (1) เพิ่มบทบาทการส่งเสริมระหว่างอุตสาหกรรมและเกษตรกร (推动形成工农互促) (2) เพิ่มบทบาทการส่งเสริมระหว่างเมืองและชนบท (城乡互补) (3) การประสานงานเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (协调发展) และ (4) ร่วมสร้างความเจริญในการส่งเสริมระหว่างอุตสาหกรรมและเกษตรกรรูปแบบใหม่ (共同繁荣的新型工农城乡关系)

11.6 ตั้งเป้าหมายผลิตภัณฑ์มวลรวมในพื้นที่ปี 2564 ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6.5 ดัชนีผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI) ไม่เกินร้อยละ 3 อัตราการขึ้นทะเบียนว่างงานไม่เกินร้อยละ 6 รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรในเขตเมืองและชนบท เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6.8 และ 8 ตามลำดับ

11.7 ตั้งเป้าเร่งผลักดันให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่กว่า 300 โครงการ หรือมีสัดส่วนรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 27 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งมณฑล และดึงดูดวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 2-300 ล้านหยวน เข้าลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของมณฑล

11.8 เร่งพัฒนาการก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะเมืองจางเยี่ย (张掖市智能制造产业园) ศูนย์ Big Data เขตเมืองใหม่หลานโจว (兰州新区大数据) นิคมอุตสาหกรรมเครือข่ายการขนส่งสินค้าดิจิทัลเขตจินชาง (金昌网络货运数字产业园) และเขตนวัตกรรม Cloud Computing เมืองไป๋หยิน (白银云创空间科创园) และเร่งรัดการก่อสร้างพื้นที่นำร่องอุตสาหกรรมสมุนไพรจีนระดับชาติ (国家中医药产业发展综合实验区) และเขตนวัตกรรมการท่องเที่ยวผสมผสานการแพทย์จีนแบบดั้งเดิมเขตเฉิงตงใต้ (陈东南国家中医药养生保健旅游创新区) ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2564

ข้อมูลอ้างอิง

  1. http://wlt.gansu.gov.cn/gszw/35601.jhtml
  2. http://jyt.gansu.gov.cn/dayin-3fe9af7713b448b1ad4cf47dc4bd59ee.htm
  3. http://gansu.gansudaily.com.cn/cms_udf/2021/gslh/index.shtml
Thailand Business Information Center in China, Xi'an

Thailand Business Information Center in China, Xi'an

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม