เรียนรู้รสนิยมการบริโภคผลไม้ของชาวเฉิงตู

จากการสำรวจของศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวน พบว่า ชาวเฉิงตูรับประทานผลไม้วันละ 150-200 กรัมต่อคน ซึ่งนครเฉิงตูมีประชากรทั้งสิ้น 14,000,000 คน แต่ละปีจึงมีการบริโภคผลไม้ประมาณ 900,000 ตัน

ศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวน เปิดเผยว่า ในปี 2014 ศูนย์ฯ มีปริมาณการค้าผลไม้ราว 1,200,000 ตัน โดยเป็นผลผลิตจากนครเฉิงตูราว 800,000 ตัน ผลผลิตจากมณฑลอื่นๆ กว่า 300,000 ตัน และเป็นผลไม้นำเข้าเกือบ 100,000 ตัน ซึ่งเน้นการจำหน่ายในตลาดนครเฉิงตูเป็นหลัก

จากสถิติการจำหน่ายผลไม้ของศูนย์ฯ พบว่า ผลไม้ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดคือ กล้วย โดยมียอดจำหน่ายตลอดทั้งปี 63,000 ตัน ซึ่งเป็นผลผลิตจากมณฑลไห่หนานและยูนนาน

อันดับที่ 2 คือ แอปเปิ้ลฟูจิแดง ซึ่งมาจากมณฑลซานตงและกานซู ทั้งปีจำหน่ายไป 61,000 ตัน

อันดับที่ 3 คือ อ้อย มียอดจำหน่ายทั้งปี 59,000 ตัน เป็นผลผลิตจากมณฑลกวางตุ้งและเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

อันดับที่ 4 คือ ส้มโอ มียอดจำหน่ายทั้งปี 52,000 ตัน เป็นผลผลิตจากมณฑลฝูเจี้ยน

อันดับที่ 5 คือ แตงโมฉีหลิน (麒麟) มียอดจำหน่ายทั้งปี 48,000 ตัน เป็นผลผลิตจากเมืองซีชาง (西昌) ของมณฑลเสฉวน และมณฑลยูนนาน

อันดับที่ 6 คือ องุ่นแดงจีน มียอดจำหน่ายทั้งปี 38,000 ตัน เป็นผลผลิตจากเมืองซีชาง (西昌) ของมณฑลเสฉวน และเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

อันดับที่ 7 คือ ทับทิม มียอดจำหน่ายทั้งปี 34,000 ตัน เป็นผลผลิตจากเมืองซีชาง (西昌) ของมณฑลเสฉวน

อันดับที่ 8 คือ ส้มเดือนแปด มียอดจำหน่ายทั้งปี 33,000 ตัน เป็นผลผลิตจากมณฑลกวางตุ้งและเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

อันดับที่ 9 คือ สับปะรด มียอดจำหน่ายทั้งปี 30,000 ตัน เป็นผลผลิตที่มาจากมณฑลกวางตุ้งและไห่หนาน

อันดับที่ 10 คือ องุ่นซินเจียง ที่มียอดการจำหน่ายตลอดทั้งปีอยู่ที่ 29,000 ตัน ซึ่งเป็นผลผลิตที่มาจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์

 

นอกจากนี้ ผลไม้บางชนิดที่เพาะปลูกในมณฑลเสฉวนก็เป็นที่นิยมไม่น้อย โดยผลไม้ที่ปลูกในมณฑลเสฉวน 5 อันดับแรกที่มีปริมาณการจำหน่ายสูงสุด ได้แก่

อันดับที่ 1 ทับทิม มียอดจำหน่ายทั้งปี 34,000 ตัน ซึ่งจำหน่ายในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เป็นผลผลิตจากเมืองซีชาง (西昌)

อันดับที่ 2 แตงโม มียอดจำหน่ายทั้งปี 19,000 ตัน ซึ่งจำหน่ายในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เป็นผลผลิตในเขตนครเฉิงตู

อันดับที่ 3 แอปเปิ้ลเขียว มียอดจำหน่ายทั้งปี 14,000 ตัน ซึ่งจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม เป็นผลผลิตจากเขตปกครองตนเองอี๋เหลียงชาน

อันดับที่ 4 ส้มเพิ่งกาน (椪柑) มียอดจำหน่ายทั้งปี 11,000 ตัน ซึ่งจำหน่ายในช่วงเดือนเมษายน-กันยายน เป็นผลผลิตจากอำเภอเหรินโช่ เมืองเหมยซาน

อันดับที่ 5 คือ กีวี มียอดจำหน่ายทั้งปี 10,000 ตัน ซึ่งจำหน่ายในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน เป็นผลผลิตจากเมืองตูเจียงเยี่ยนและอำเภอผูเจียง นครเฉิงตู

จากสถิติการจำหน่ายผลไม้ตลอดทั้งปี แสดงให้เห็นว่า ชาวเฉิงตูชอบทานผลไม้ต่างถิ่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลไม้ที่มียอดจำหน่ายสูงเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผลไม้ที่มาจากมณฑลอื่นๆ อย่างไรก็ดี แม้ว่าผลไม้ไทยยังไม่ติดอันดับผลไม้ที่ชาวเฉิงตูโปรดปราน แต่เมื่อพิจารณาจากรสนิยมการบริโภคของชาวเฉิงตูที่มีความพิถีพิถันมากขึ้น กำลังซื้อที่สูงขึ้น เริ่มที่จะให้ความสนใจในผลไม้จากต่างชาติ กอปรกับเส้นทางโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าทางบกจากไทยมาจีนผ่านเส้นทาง R3A ในปัจจุบันมีความสะดวกและรวดเร็วขึ้น จึงอาจเป็นโอกาสของผลไม้ไทยและผลไม้ต่างชาติที่จะเข้ามาแบ่งสัดส่วนทางการตลาดในตลาดนครเฉิงตูและตลาดจีนตะวันตกในอนาคต     

 

รู้จักกับศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวน

เมืองเผิงโจวมีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งปลูกผักสำคัญของมณฑลเสฉวนมาตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบันรัฐบาลนครเฉิงตูได้เล็งเห็นศักยภาพการเป็นศูนย์กระจายสินค้าผักและผลไม้ จึงได้ย้ายศูนย์กระจายสินค้าผักและผลไม้ซึ่งเดิมตั้งอยู่ในเมืองนครเฉิงตูซึ่งคับแคบเกินไป (ตลาดซื่อหม่าเฉียว) ไปยังเมืองเผิงโจว เพื่อพัฒนาให้เมืองเผิงโจวกลายเป็นเมืองผักและผลไม้อย่างครบวงจรในภาคตะวันตก ทั้งในด้านการเพาะปลูกผัก การวิจัยและเพาะพันธุ์เมล็ดผัก และการกระจายผักและผลไม้ไปยังมณฑลใกล้เคียง

ศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวน เป็นศูนย์รวมและกระจายสินค้าเกษตร รวมทั้งเป็นแหล่งซื้อขายและขนส่งสินค้าเกษตรที่ใหญ่สุดในจีนตะวันตก โดยตั้งอยู่ที่ตำบลเหมิงหยาง (濛阳) เมืองเผิงโจว (彭州) ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของนครเฉิงตู มีระยะทางห่างจากนครเฉิงตูประมาณ 40 กม.

ศูนย์การค้าสินค้าเกษตรดังกล่าว ครอบคลุมพื้นที่ 7,200 ไร่ พื้นที่ก่อสร้างโดยรวมประมาณ 2.4 ล้าน ตร.ม.ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 8 พันล้านหยวน โดยมีการจัดการที่คล้ายคลึงกับตลาดผลไม้เจียงหนานในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งตลอดทั้งปีมีการจำหน่ายผลไม้กว่า 300 ชนิด และผลไม้กว่า 90% ที่ชาวเฉิงตูบริโภคล้วนมาจากศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวนแห่งนี้

ภายในศูนย์การค้าสินค้าเกษตรดังกล่าวได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน

พื้นที่ส่วนแรก มีพื้นที่ประมาณ 2,400 ไร่ ก่อสร้างเป็นตลาดค้าผักและผลไม้ คลังสินค้าห้องเย็น และศูนย์จัดจำหน่ายและขนส่งสินค้า ซึ่งตลาดค้าผักได้เปิดดำเนินการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 มีผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินกิจการ 100% ปริมาณการค้าเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 9,000 ตัน สูงสุดมากถึง 13,000 ตันต่อวัน ในปี 2556 มีมูลค่าการค้าราว 1 หมื่นล้านหยวน คาดว่ามูลค่าการค้าปี 2557 จะอยู่ที่ 14,000 ล้านหยวน

ตลาดค้าผักแห่งนี้จำหน่ายผักมากมายถึง 310 กว่าชนิด ซึ่งเป็นผลผลิตมาจากมณฑลเสฉวน และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมาจากแหล่งผลิตใน 23 มณฑลทั่วจีนรวมถึงเขตปกครองตนเองและบางประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย โดยพื้นที่หลักในการส่งสินค้าไปจำหน่าย ได้แก่ มณฑลเสฉวน นครฉงชิ่ง ภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เป็นต้น

สำหรับพื้นที่การส่งสินค้าไปจำหน่ายที่ไกลที่สุดคือ เขตปกครองตนเองซินเจียงและเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งทำให้ตลาดค้าผักแห่งนี้สามารถบรรลุเป้าหมาย ขายทั่วจีน ซื้อทั่วจีน ตามนโยบายที่ได้วางไว้

ในส่วนของตลาดผลไม้ ได้เปิดดำเนินการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 มีผู้ประกอบการเข้ามาดำเนินกิจการเต็ม 100% ปริมาณการค้าเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 3,000 ตัน สูงสุดมากถึง 4,500 ตันต่อวัน คาดว่ามูลค่าการค้าปี 2557 จะอยู่ที่ 10,000 ล้านหยวน ผลผลิตหลักมาจากทั่วประเทศจีนและทั่วโลก โดยพื้นที่หลักในการส่งสินค้าไปจำหน่าย ได้แก่ มณฑลเสฉวน นครฉงชิ่ง มณฑลกุ้ยโจว มณฑลส่านซี เป็นต้น ซึ่งตลาดผลไม้แห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นตลาดค้าผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ 

พื้นที่ส่วนที่สอง มีพื้นที่ประมาณ 1,920 ไร่ โดยมีโครงการก่อสร้างเป็นเขตอาหารสมัยใหม่ของบริษัท YURUN (บริษัทอาหารรายใหญ่ในจีน มีสาขากว่า 300 แห่งทั่วจีน) ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเกษตรแปรรูปทุกประเภท เครื่องปรุงชนิดน้ำและแห้ง น้ำมันพืช เหล้า ชา อาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นที่นิยมของทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคาดการณ์ว่าโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปลายปี 2558 และจะมีมูลค่าการค้ามากถึง 3 หมื่นล้านหยวน

แหล่งกระจายผลไม้ไทย

สำหรับสินค้าเกษตรของไทยที่ปรากฎอยู่ในศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวนแห่งนี้ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด กล้วยไข่ ลำใยและน้อยหน่า ซึ่งถือว่ามีประเภทและปริมาณของผลไม้ที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับผลไม้นำเข้าจากประเทศอื่น แม้ว่าผลไม้ไทยที่จำหน่ายอยู่ในตลาดแห่งนี้ ส่วนใหญ่นำเข้าสู่จีนโดยอาศัยเส้นทางขนส่งทางน้ำมาถึงนครกวางโจว และกระจายสินค้าต่อมายังตลาดแห่งนี้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีผู้นำเข้าจีนส่งผลไม้มาทาง R3A มากขึ้น อีกทั้งพ่อค้าในนครเฉิงตูได้นำเข้าผลไม้ไทยผ่านเส้นทาง R3A ขึ้นมาถึงนครเฉิงตูและนำมาเก็บรักษาในศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวนนี้เพื่อส่งขายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วมณฑลเสฉวน โดยผลไม้ยอดนิยมได้แก่ มังคุด ทุเรียน ลำไย และกล้วยไข่ และจากการสอบถามพ่อค้าผลไม้ไทยในศูนย์การค้าฯ ทราบว่า ผลไม้ไทยเป็นที่นิยมมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มปริมาณนำเข้ามากขึ้น

ศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวนนี้เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะเป็นแหล่งกระจายผลไม้ของไทยในมณฑลเสฉวน จากการที่ผู้ประกอบการไทยและจีนต่างให้ความสำคัญต่อการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางบก R3A ซึ่งไม่เพียงค้าขายกับมณฑลยูนนานเท่านั้น แต่สามารถส่งสินค้าเข้ามาขายในมณฑลตอนใต้อย่างมณฑลเสฉวนได้ ซึ่งในอนาคตศูนย์การค้าฯ แห่งนี้จะมีบทบาทอย่างมากต่อการค้าระหว่างภาคเหนือของไทยกับมณฑลเสฉวน

 

นางสาวหฤทัย ใจน้อย    

แหล่งที่มา นสพ.เฉิงตูหว่านเป้า วันที่ 7 มกราคม 2557

               การศึกษาดูงานที่ศูนย์การค้าสินค้าเกษตรนานาชาติเสฉวน

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม