เมืองก้านโจว มณฑลเจียงซีส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตส้มสะดือ ก้าวหน้าสู่ “เมืองแห่งส้มสะดือของโลก”

โดยศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

 

ปัจจุบัน กว่า 100 ประเทศทั่วโลกมีการเพาะปลูกส้มสะดือ (Navel Orange) โดยประเทศที่มีการปลูกส้มสะดือได้ปริมาณมากเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่ จีน สหรัฐฯ และบราซิล สำหรับประเทศจีน เมืองก้านโจวขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งส้มสะดือของโลก” โดยก้านโจวเป็นเมืองที่มีสภาพภูมิอากาศและดินที่เหมาะสมกับการปลูกส้มสะดือมากที่สุดแห่งหนึ่งของจีน รวมทั้งได้พัฒนาเทคโนโลยีการเพาะปลูกที่ก้าวหน้า โดยเฉพาะที่อำเภอซิ่นเฟิงซึ่งได้รับขนานนามว่าเป็น “แหล่งกำเนิดของส้มสะดือก้านหนาน” และ “เมืองแห่งส้มสะดือของจีน” โดยส้มสะดือที่ผลิตจากอำเภอซิ่นเฟิงได้รับสมญานามว่าเป็น “ราชาแห่งส้ม” และ “ส้มอันดับ 1 ของจีน”

ในปี 2562 เมืองก้านโจวมีพื้นที่การปลูกส้มทั้งหมดกว่า 891,666 ไร่ ปริมาณการผลิตกว่า 1.54 ล้านตัน ในจำนวนนี้ มีพื้นที่การปลูกส้มสะดือกว่า 679,166 ไร่ สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก และมีปริมาณการผลิตกว่า 1.25 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 40 ของปริมาณการผลิตทั่วจีน สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสเปนและสหรัฐฯ ขณะที่อำเภอซิ่นเฟิงมีพื้นที่การปลูกส้มทั้งหมดกว่า 83,333 ไร่ มีปริมาณการผลิตกว่า 200,000 ตันต่อปี มูลค่าการผลิตกว่า 2 พันล้านหยวน

ฐานการเพาะปลูกส้มสะดือ                                                                  งานเอ็กซ์โปส้มสะดือเมืองจ้างโจว อำเภอซิ่นเฟิง

อุตสาหกรรมการผลิตส้มสะดือเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้ชาวเกษตรหลุดพ้นจากความยากจน โดยในปี 2562 อุตสาหกรรมส้มสะดือสร้างรายได้ทั้งหมดกว่า 1.32 หมื่นล้านหยวน สร้างรายได้ให้กับ ผู้เพาะปลูกกว่า 700,000 คน ส่งเสริมการจ้างแรงงานกว่า 1 ล้านคน รายได้จากส้มสะดือคิดเป็นร้อยละ 85 ของรายได้ทั้งหมดของชาวสวนผลไม้ ปัจจุบัน ส้มสะดือของเมืองก้านโจวถูกส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ อาทิ รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย คาซัคสถานและอินโดนีเซีย นอกจากนี้ อุตสาหกรรมส้มสะดือยังส่งเสริมการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมในสาขาเกี่ยวเนื่องของเมืองก้านโจว อาทิ ต้นกล้า การผลิตการเพาะเลี้ยงสัตว์ การคัดแยก บรรจุภัณฑ์ การแปรรูป การขนส่ง การผลิตเครื่องจักรและการท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ โดยเมื่อต้นเดือนธันวาคมของปี 2563 รัฐบาลออกมาตรการ “ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรสีเขียวอย่างมีคุณภาพสูง” โดยส่งเสริมการผลิตข้าว สุกร ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและผลไม้ให้มีมูลค่าทะลุ 5 แสนล้านหยวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส้มสะดือก้านหนาน ข้าว ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทะเลสาบเผอหยาง และใบชา รวมทั้งตั้งเป้าหมายการขยายพื้นที่การปลูกส้มสะดือให้ได้ 833,333 ไร่ภายในปี 2568

ศูนย์บีไอซีเห็นว่า แนวโน้มข้างต้นเป็นการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยอาจต้องเตรียมรับมือกับปริมาณผลไม้นำเข้าจากจีนมาไทยที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก เกษตรกรไทยควรต้องเร่งพัฒนาสินค้าเกษตรคุณภาพเพื่อให้สามารถแข่งขันกับภาคการเกษตรของจีนที่มีทั้งเทคโนโลยีและกำลังการผลิตมหาศาลที่จะพร้อมจะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

แหล่งอ้างอิง http://jx.people.com.cn/n2/2020/1113/c190260-34413243.html

http://jx.ifeng.com/a/20191226/8042468_0.shtml

https://www.chyxx.com/industry/202008/888767.html

 

Zeng Yuancheng

Zeng Yuancheng

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองเซี่ยเหมิน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม