เปิดโอกาสผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในงาน “5.18” ฝูเจี้ยน

 

จากนโยบายการก่อสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ทำให้นครฝูโจว เมืองหลวงของมณฑลฝูเจี้ยน มณฑลทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน กำลังเร่งพัฒนาตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรษที่ 21 ที่มีการเชื่อมต่อกับไต้หวันและเชื่อมโยงกับประเทศอาเซียน โดยใช้งาน 5.18 เป็นสะพานส่งเสริมกระชับความสัมพันธ์กับประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเล พร้อมทั้งผลักดันและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในด้าอื่นๆ ได้แก่ การค้า เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวด้วย

งาน “5.18” หรือ งานแลกเปลี่ยนการค้าและเศรษฐกิจระหว่างช่องแคบไต้หวัน จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ นครฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ช่วงวันที่ 18 พฤษภาคม จึงเป็นที่มาของชื่องาน “5.18” โดยงานในปีนี้มีชื่อว่าThe 18th Cross-Straits fair for Economy & Trade and 21st Century Maritime Silk Road Exposition จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเชิงลึกกับไต้หวัน สร้างเวทีความร่วมมือในการเปิดเสรีรอบด้านกับประเทศที่อยู่บนเส้นทางสายไหมทางทะเล และแบ่งปันผลประโยชน์การพัฒนาร่วมกัน”

งาน 5.18 ถือเป็นงานแฟร์สำคัญของมณฑลฝูเจี้ยนอีกงานหนึ่ง ได้รับความสนับสนุนจากสำนักงานศุลกากร สำนักงานตรวจสอบและกักกันโรค สำนักงานกิจการไต้หวันแห่งชาติจีน สำนักงานพาณิชย์ รัฐบาลมณฑลฝูเจี้ยน และเทศบาลนครฝูโจว

โดยปีนี้ เป็นปีที่มีหน่วยงานต่างชาติเข้าร่วมออกคูหาจัดแสดงมากที่สุดตั้งแต่มีการจัดงานมา มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 5,300 คูหา จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเป็นครั้งแรกที่ประเทศหลักที่อยู่บนเส้นทางสายไหมทางทะเลทั้งหมดมาเข้าร่วมงานมากที่สุดถึง 375 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 3)

กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย 1.) การประชุมสุดยอด ACD (Asia Cooperation Dialogue) ซึ่งมีการประกาศจัดตั้งพันธมิตรบริการผู้ประกอบการ SMEs ของประเทศกลุ่มสมาชิก ACD และงานประชุมฟอรั่มเมืองพันธมิตรในเส้นทางสายไหมทางทะเลของประเทศสหประชาชาติ ซึ่งมีการประกาศข้อเสนอโครงการความร่วมมือฝูโจว (Fuzhou Initiative) เพื่อเชิญชวนให้เมืองพันธมิตรเส้นทางสายไหมทางทะเลและทางบกมีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกันในทุกๆ ด้านกับนครฝูโจว 2.) งานจับคู่ธุรกิจ และ 3.) การจัดแสดงสินค้า ซึ่งแบ่งเป็น 5 โซนหลัก ได้แก่

1. โซนจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าช่องแคบไต้หวัน อาทิ สินค้าขึ้นชื่อของไต้หวัน อาหาร ของที่ระลึก ชุดอุปกรณ์ชงชา ฯลฯ

2. โซนจัดแสดงการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์จากประเทศในเส้นทางสายไหมทางทะเล จัดแสดงสินค้าประเภททรัพยากรการท่องเที่ยวของประเทศในแถบยุโรป อเมริกาเหนือ และประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมทางทะเลเป็นหลัก และมีสินค้าส่งออก สินค้าศิลปะที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศมาจัดแสดงด้วย

3. โซนจัดแสดงจุดเด่นของนครฝูโจว เป็นโซนแนะนำทรัพยากรด้านต่างๆ และวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของนครฝูโจว

4. โซนจัดแสดงภาพลักษณ์ของประเทศสมาชิก ACD (Asia Cooperation Dialogue) โดยเน้นแสดงวัฒนธรรมเอกลักษณ์ท้องถิ่นของประเทศสมาชิกกว่า 34 ประเทศ รวมถึงจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นของประเทศต่างๆ อาทิ ผลไม้ขึ้นชื่อของไทย ไม้แกะสลักของเวียดนาม พุทธบูชาของเนปาล กาแฟขี้ชะมดของอินโดนีเซีย เป็นต้น

5. โซนจัดแสดงเกี่ยวกับเขตการค้าเสรีนครฝูโจว เน้นแนะนำและโปรโมทเขตการค้าเสรีนครฝูโจวและจัดแสดงสินค้าของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งกิจการในเขตการค้าเสรีฝูโจวเป็นหลัก

 

โอกาสของผู้ประกอบการไทย

ผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงาน ได้นำสินค้าขึ้นชื่อของไทยไปจัดแสดงและจำหน่ายหลายประเภท อาทิ ผลไม้ไทย เนื้อจระเข้แปรรูป ไม้หอมกฤษณา สินค้าอโรม่าของบริษัทสปา ยาหม่อง หมอนยางพารา ฯลฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานชาวจีนเป็นอย่างมาก หนึ่งในผู้ประกอบการ นายวสันต์ กู้ (นักธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายสินค้าไทย) ร้าน “TWFกล่าวว่า สินค้าอาหารไทยเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวจีน ซึ่งหากมีการผลักดันที่เหมาะสม จะสามารถขยายตลาดสินค้าอาหารไทยได้อีกมาก 

นางชไมพร เจือเจริญ ตำแหน่งที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (สสว.) ซึ่งได้เดินทางมาเข้าร่วมงาน 5.18 กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยได้เลือกเข้าร่วมงานนิทรรศการในหัวเมืองใหญ่ๆ ของจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง คุนหมิง เป็นจำนวนมากแล้ว และเริ่มจะถึงจุดอิ่มตัว ปัจจุบัน สสว. จึงมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมแสดงสินค้าในหัวเมืองรองอย่าง ฝูโจว ฉงชิ่ง เซี่ยเหมิน มากขึ้น เพื่อเป็นการขยายตลาดสินค้าไทยและกระจายสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในหัวเมืองรองมากขึ้น

และในเร็วๆ นี้ บริษัท Linca Group ร่วมมือกับสมาคมทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศในทวีปเอเชียมีแผนจะเปิด “ศูนย์จัดแสดงและกระจายสินค้าไทย” ในเขตการค้าเสรีนครฝูโจว ซึ่งเป็นศูนย์กระจายสินค้าไทยแห่งแรกในเขตการค้าเสรีทั้ง 4 แห่งของจีน โดยวางเป้าหมายให้นครฝูโจวเป็นฐานพักและกระจายสินค้าไทยในมณฑลฝูเจี้ยน ขณะเดียวกันก็เพื่อขยายตลาดสินค้าไทยในแถบชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีนด้วย

ถือเป็นโอกาสดีของผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อม และต้องการจะบุกตลาดจีนเพื่อกระจายสินค้าไทยที่เป็นที่นิยมในจีน อาทิ ข้าวไทย ผลไม้สดและผลไม้แปรรูป อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสปา สินค้าหัตถกรรม ยาสมุนไพรไทย ฯลฯ สู่หัวเมืองรองต่างๆ ของจีนโดยอาศัยงานนิทรรศการเป็นสะพานเชื่อม แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่มักตามมาจากการที่สินค้าเป็นที่นิยมในตลาดจีน คือ “ปัญหาสินค้าถูกลอกเลียนแบบ” ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรคำนึงถึงความปลอดภัยด้านลิขสิทธ์สินค้า โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่พบมาก รวมถึงการขอใบอนุญาติต่างๆ อาทิ ใบอนุญาตรับรองเกี่ยวกับสินค้ายาและอาหาร (อย.) ใบอนุญาติผลิตและส่งออก เป็นต้น ด้วย

* * * * * * * * * *

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม