เขตชิงไป่เจียง นครเฉิงตู ประกาศนโยบาย 30 ข้อหนุนการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ

เขตชิงไป่เจียง นครเฉิงตู ได้ยกระดับการพัฒนานวัตกรรมโดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาของวิสาหกิจ และยกระดับการให้บริการตามนโยบาย “1+10+N”  อย่างครอบคลุม โดยเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา นครเฉิงตูได้เสนอมาตรการปฏิรูป 264 ข้อ อาทิ การเริ่มต้นดำเนินการด้านวิสาหกิจ การดำเนินเรื่องขออนุญาตก่อสร้างอาคาร การเข้าถึงแหล่งพลังงาน การค้าข้ามพรมแดน บริการภาครัฐ ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคเอกชน เป็นต้น ถือเป็นการให้บริการแก่วิสาหกิจต่าง ๆ อย่างครอบคลุม นอกจากนั้น ยังได้ออกมาตรการเพิ่มเติมอีก 41 ข้อ เพื่อรองรับความสำเร็จจากการดำเนินการปฏิรูป โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างแบรนด์ การส่งเสริมระบบดิจิทัล การปฏิรูปและส่งเสริมนวัตกรรม

ปัญหาที่พบบ่อยในเขตชิงไป่เจียง คือ ปัญหาด้านการอำนวยความสะดวกและการใช้บริการระบบ “Single Window” ทั้งนี้ ในปี 2563 ชิงไป่เจียงจะใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศระบบ IoT ระบบคลาวด์ และ AI ในการส่งเสริมการให้บริการแบบอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น โดยใช้ระบบดังกล่าวมารองรับการทำงานของท่ารถไฟอัจฉริยะ รัฐบาลอัจฉริยะ พลังงานอัจฉริยะ การซื้อขายอัจฉริยะ และดำเนินการด้านภาษีอัจฉริยะ รวมถึงปรับปรุงและสร้างสภาพแวดล้อมด้านการให้บริการแบบหลายช่องทางโดยใช้รูปแบบการให้บริการแบบ “ออนไลน์เป็นหลัก ออฟไลน์เป็นรอง”

นายฉิน หงเหม่ย ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมด้านการลงทุนของเขตชิงไป่เจียง ระบุว่า จะยกระดับการจัดการและพัฒนาทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์สำหรับการดำเนินงานของรัฐบาลอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ ผลักดันการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ทางออนไลน์ อาทิ การถ่ายรูปผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การสแกน QR Code เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตด้วย เช่น ระยะเวลาการขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจอาหารจะลดลงจาก 1 ชั่วโมง/ใบ เหลือเพียง 15 นาที/ใบ

ด้านท่ารถไฟอัจฉริยะ ท่ารถไฟนานาชาตินครเฉิงตูจะสร้างแพลตฟอร์มสมาร์ทพอร์ต เพื่อใช้ในการดำเนินงานทางธุรกิจทั้งในด้านการจัดการท่ารถไฟ ด่านตรวจศุลกากร การจัดการด้านอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดระยะเวลาการจัดการด้านศุลกากรมากกว่าร้อยละ 60 สำหรับด้านพลังงานอัจฉริยะนั้น ได้บรรลุเป้าหมายสำหรับการจัดการด้านสาธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำระบบการจัดการแบบออนไลน์เข้ามาช่วยกว่าร้อยละ 90 สำหรับด้านการซื้อขายแบบอัจฉริยะ  ได้มีการดำเนินการด้านธุรกรรมออนไลน์ที่ครอบคลุม โดยเร่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล และบรรลุการเชื่อมต่อสำหรับการอนุมัติที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้านศาลอัจฉริยะ มีการดำเนินการด้านคดีทางระบบออนไลน์ ปรับปรุงการบริการของภาครัฐ  ทั้งนี้ นโยบายใหม่ทั้ง 30 ข้อของเขตชิงไป่เจียงได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การขออนุญาตก่อสร้างในเขตพื้นที่เฉพาะของชิงไป่เจียงนั้นอาจไม่ได้รับการอนุมัติหากมีเงื่อนไขที่ไม่ตรงตามที่กำหนดไว้

ขณะเดียวกัน ได้มีการปฏิรูประบบการขนส่งของรถไฟความเร็วสูงสายจีน – ยุโรป ส่งเสริมและประยุกต์ใช้ระบบ “Single Window” ในการค้าระหว่างประเทศ ลดระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาโครงการก่อสร้างต่าง ๆ จาก 60 วัน เหลือเพียง 50 วัน ลดระยะเวลาการชำระภาษีจาก 120 ชั่วโมง เหลือเพียง  80 ชั่วโมง การลงทะเบียนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ของวิสาหกิจแบบ “Single Window” ที่ใช้เวลาเพียง 3 วัน รวมทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการลงทะเบียนและค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ ฯลฯ

*********************************

จัดทำโดย ธาง จิ่งเหซีย นักศึกษาฝึกงาน ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู
เรียบเรียงโดย     นางสาวชญานุช  หนูทอง
นางสาวอรพรรณ พงษ์กิจการุณ
เจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู
แหล่งที่มา          http://www.sc.chinanews.com/bwbd/2020-04-14/126126.html

Avatar

Chengdu_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม