มณฑลเจียงซูได้จัด “การประชุมพัฒนานวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (อู๋ซี) 2026” ขึ้นที่เมืองอู๋ซี
11 Sep 2026ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย. 2569 มณฑลเจียงซูได้จัด “การประชุมพัฒนานวัตกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (อู๋ซี) 2026” ขึ้นที่เมืองอู๋ซี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยเป็นงานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับแนวหน้าของจีน สอดคล้องกับที่เจียงซูได้พยายามผลักดันให้เมืองอู๋ซีเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์
ปัจจุบัน เมืองอู๋ซีมีระบบอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่จำนวนมากของมณฑลเจียงซู และมีจุดแข็งทั้งด้านกระบวนการผลิตเฉพาะทาง MEMS การผลิตแบบผสม สัญญาณอนาลอก (Analog Signal) กับดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Chiplet, 2.5D/3D และ SiP โดยยังเดินหน้าขยายการลงทุนใน AI ออปโตอิเล็กทรอนิกส์ PCB และเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง
ผลจากการพัฒนาดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเมืองอู๋ซีมีความสามารถในการแข่งขันติด 3 อันดับแรกของจีน ขณะที่รายได้รวมของธุรกิจหลักด้านการประกอบและทดสอบ (เซมิคอนดักเตอร์) รวมถึงระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้องติดอันดับที่ 1 ของมณฑลเจียงซู โดยคิดเป็นร้อยละ 43.5 ของทั้งมณฑล และร้อยละ 10.6 ของทั่วทั้งจีน
ทั้งนี้ ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ขนาดใหญ่ 376 แห่งในเมืองอู๋ซีมีรายได้รวม 13,080 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.3 และมีกำไรรวมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 55.8 ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมไม่ได้เพียง “เติบโตด้านขนาด” แต่กำลังยกระดับไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น
จากสถานการณ์ข้างต้นนั้น สิ่งสำคัญสำหรับไทยไม่ใช่การพยายามแข่งขันกับเมืองอู๋ซี แต่ควรเน้นสร้างจุดแข็งที่ไทยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานจีนได้ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์สำหรับยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน เซนเซอร์ พาวเวอร์เซมิคอนดักเตอร์ โฟโตนิกส์ รวมถึงการออกแบบชิป การบรรจุและทดสอบขั้นสูง และการผลิตเครื่องจักรหรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ไทยควรเร่งสร้างบุคลากรทักษะสูง สนับสนุน R&D และการออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ ตลอดจนเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
