ไทยจับโอกาส “อุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์จีน” หลังเฉิงตูเร่งสร้างฐานจรวดใช้ซ้ำ ปูทางเศรษฐกิจอวกาศในภูมิภาค
8 Apr 2026
โครงการฐานสำนักงานใหญ่ด้านการผลิตและทดสอบจรวดเชื้อเพลิงเหลวแบบใช้ซ้ำของบริษัท Interstellar Glory Aerospace Science and Technology Corporation ระยะที่ 1 ซึ่งก่อสร้างโดยบริษัท China Construction Fifth Engineering Division Third Construction Co., Ltd. (สาขาภาคตะวันตกเฉียงใต้) ได้ก่อสร้างโครงสร้างหลักแล้วเสร็จทั้งหมดที่เขตซวงหลิว นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญในโครงการที่ตั้งเป้าหมายให้สามารถติดตั้งและทดสอบอุปกรณ์ได้ภายในสิ้นปีนี้ และเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการในปี 2027
โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 3,300 ล้านหยวน (ประมาณ 462 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยวางแผนจัดตั้งสายการผลิตประกอบขั้นสุดท้ายอัจฉริยะจำนวน 4 สาย และสายการทดสอบดิจิทัลจำนวน 2 สาย เมื่อโครงการดำเนินการเต็มรูปแบบแล้ว จะมีกำลังการผลิตจรวดเชื้อเพลิงเหลวแบบใช้ซ้ำได้ปีละ 20 ลำ ครอบคลุมตั้งแต่การประกอบ การทดสอบไปจนถึงการผลิตแบบครบวงจร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ เช่น การจัดตั้งกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ การขนส่งในวงโคจรต่ำ และการท่องเที่ยวอวกาศ
ในฐานะโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านอุปกรณ์อวกาศ โครงการนี้มีข้อกำหนดด้านมาตรฐานและความแม่นยำในระดับสูง ทีมบริหารโครงการจึงได้จัดทำแบบจำลอง BIM (Building Information Modelling)[1] ครอบคลุมทุกสาขาและทุกขั้นตอน พร้อมดำเนินการสร้างแบบจำลองสามมิติและตรวจสอบการชนกันของโครงสร้างในทุกจุด เพื่อคาดการณ์และแก้ไขปัญหาล่วงหน้า นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายจากการทำงานในที่สูงและข้อกำหนดด้านความแม่นยำ ทีมงานได้นำวิธีการใหม่ “ประกอบล่วงหน้าบนพื้นดิน + ตรวจสอบด้วยการสแกนสามมิติ” มาใช้ ส่งผลให้ความแม่นยำในการติดตั้งโครงสร้างเหล็กเพิ่มขึ้น 30% และอัตราการผ่านการตรวจรับในครั้งแรกสูงถึง 100% ซึ่งช่วยวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ความแม่นยำในขั้นตอนต่อไป

เมื่อโครงการแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ในเขตซวงหลิว นครเฉิงตู ให้เกิดเป็นระบบนิเวศอุตสาหกรรมโดยมีฐานแห่งนี้เป็นศูนย์กลาง คาดว่าจะสร้างการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 1,200 ตำแหน่ง และเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดอุตสาหกรรมดาวเทียมในห่วงโซ่ปลายน้ำ อีกทั้งยังช่วยเสริมแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูงของภูมิภาค
ก่อนหน้านี้ ในงานประชุมและนิทรรศการอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์เซี่ยงไฮ้ปี 2026 บริษัท Interstellar Glory ได้ส่งสัญญาณสำคัญว่า จะสามารถปล่อยจรวดเชื้อเพลิงเหลวแบบใช้ซ้ำรุ่น Hyperbola-3 (SQX-3) ของบริษัท เข้าสู่วงโคจรเป็นครั้งแรกและดำเนินการกู้คืนทางทะเลได้ภายในปลายปี 2026
ผู้บริหารของบริษัท Interstellar Glory ระบุว่า ปัจจุบันโครงการกำลังเร่งดำเนินการตามแผนก่อสร้างอย่างเข้มงวด โดยคาดว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงก่อสร้างสูงสุดในไตรมาสที่ 2 จะมีแรงงานมากกว่า 500 คนปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกวัน และในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โครงการจะทยอยเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งระบบเครื่องกลไฟฟ้าและการทดสอบอุปกรณ์ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถเริ่มการผลิตได้ตามกำหนดในปีหน้า
การเร่งพัฒนาโครงการฐานการผลิตและทดสอบจรวดเชื้อเพลิงเหลวแบบใช้ซ้ำของบริษัทสตาร์กลอรีในนครเฉิงตู ซึ่งมีเป้าหมายผลิตจรวดได้ปีละ 20 ลำ และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดาวเทียม กลุ่มดาวเทียม และเศรษฐกิจอวกาศใหม่ เช่น โลจิสติกส์วงโคจรต่ำและการท่องเที่ยวอวกาศ นับเป็น “สัญญาณเชิงโครงสร้าง” ที่สำคัญต่อภูมิภาคเอเชีย และเปิดโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะในบริบทที่จีนกำลังสร้าง “ecosystem อวกาศเชิงพาณิชย์” ครบวงจรในมณฑลเสฉวน

สำหรับประเทศไทย โอกาสสำคัญประการแรก คือ การเชื่อมต่ออุตสาหกรรมดาวเทียมและบริการอวกาศ ไทยมีศักยภาพในด้านการใช้งานดาวเทียม (downstream – ธุรกิจและบริการที่นำข้อมูล สัญญาณ หรือเทคโนโลยีที่ได้รับจากดาวเทียมมาประมวลผล วิเคราะห์ และสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อใช้งานจริงบนโลก) เช่น การเกษตรอัจฉริยะ การบริหารภัยพิบัติ และ smart city ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ supply ของจีนที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการลดต้นทุนการปล่อยจรวดผ่านเทคโนโลยี reusable rocket (นวัตกรรมที่พัฒนาให้จรวดส่งยานอวกาศสามารถร่อนลงจอดอย่างปลอดภัยและนำกลับมาใช้งานซ้ำได้) ส่งผลให้ต้นทุนการเข้าถึงอวกาศถูกลงและเอื้อต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยมากขึ้น
ประการที่สองคือ โอกาสด้านการลงทุนและห่วงโซ่อุปทาน (supply chain integration) โครงการนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เช่น digital manufacturing และระบบอัตโนมัติ ซึ่งไทยสามารถเข้าไปมีบทบาทในฐานะฐานการผลิตชิ้นส่วนระดับกลาง (midstream) เช่น วัสดุขั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบซัพพลายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่กำลังผลักดันอุตสาหกรรม S-curve และ New Space Economy
ประการที่สามคือ ความร่วมมือด้านวิจัยและบุคลากร (R&D + human capital) การที่จีนพัฒนาเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำซึ่งเป็น frontier technology เทียบเคียง SpaceX ทำให้ไทยสามารถต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษา วิศวกรรมอวกาศ และ AI/Big Data ที่เกี่ยวข้องกับ space tech ผ่านมหาวิทยาลัยหรือโครงการความร่วมมือระดับรัฐบาล ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของไทยในระยะยาว
สุดท้ายคือ โอกาสเชิงภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจภูมิภาค (regional positioning) การที่เฉิงตูกำลังกลายเป็น hub อุตสาหกรรมอวกาศในจีนตะวันตก เชื่อมโยงกับโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ทำให้ไทยในฐานะประเทศศูนย์กลางของอาเซียนสามารถวางตำแหน่งเป็น “gateway” ของบริการอวกาศ การใช้ข้อมูลดาวเทียม และธุรกิจ downstream ไปยัง CLMV (Cambodia-Laos-Myanmar-Vietnam) และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้
[1] แบบจำลอง BIM (Building Information Modelling) คือกระบวนการสร้างแบบจำลอง 3 มิติเชิงดิจิทัลที่ผสานข้อมูลฐานข้อมูล (Database) จำนวนมากไว้ด้วยกัน ทั้งแบบก่อสร้าง ข้อมูลวัสดุ และราคา ช่วยลดข้อผิดพลาดในการทำงาน เห็นภาพรวมโครงการแม่นยำ และบูรณาการการทำงานของทุกฝ่ายตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง จนถึงบริหารจัดการอาคาร
ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ 8 เมษายน 2569
1. https://mp.weixin.qq.com/s/l5cfsSE-e16zF-U4shqUjA
ที่มารูปภาพ:
1. https://mp.weixin.qq.com/s/l5cfsSE-e16zF-U4shqUjA
2. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1858189160479225327&wfr=spider&for=pc
