เหลียวมองเขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง: เศรษฐกิจทะลุ 9 ล้านล้านหยวน เปิดประตูโอกาสไทยสู่ตลาดจีนตะวันตก
1 Jun 2026
ปี 2568 มณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งได้ศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางสำคัญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกี่ยวกับการผลักดันการพัฒนา เขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง (Chengdu–Chongqing Economic Circle) อย่างจริงจัง โดยยึดแนวคิด “เดินหมากบนกระดานเดียวกัน”[1] และแนวทางการพัฒนาแบบบูรณาการ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่งให้เดินหน้าอย่างลึกซึ้งและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ข้อมูลจากการติดตามทางสถิติระบุว่า ในปี 2568 เขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่งมีขนาดเศรษฐกิจขยายตัวอย่างมั่นคง โครงสร้างเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพการพัฒนาโดยรวมยกระดับขึ้นสู่ขั้นใหม่
เศรษฐกิจเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว
ในปี 2568 ขนาดเศรษฐกิจของเขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่งก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในภูมิภาค หรือ GRP- Gross Regional Product รวม 9.053609 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.5 ของเศรษฐกิจจีนทั้งประเทศ และร้อยละ 30.3 ของเศรษฐกิจภาคตะวันตกของจีน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.1 และ 0.3 จุดร้อยละ (percentage point) ตามลำดับ เศรษฐกิจของพื้นที่ดังกล่าวขยายตัวร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สูงกว่าอัตราการเติบโตของจีนทั้งประเทศ 0.6 จุดร้อยละ (percentage point) และสูงกว่าภาคตะวันตกของจีน 0.5 จุดร้อยละ (percentage point) สะท้อนบทบาทนำและศักยภาพในการเป็นต้นแบบการพัฒนาเชิงภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพิจารณาตามภาคการผลิต มูลค่าเพิ่มของภาคเกษตรกรรมขยายตัวร้อยละ 3.7 ขณะที่มูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการขยายตัวร้อยละ 4.8 และร้อยละ 6.4 ตามลำดับ โดยโครงสร้างเศรษฐกิจสามภาคปรับจากสัดส่วน 7.1 : 35.2 : 57.7 ในปี 2567 เป็น 6.8 : 34.5 : 58.7 ในปี 2568 สะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการและกิจกรรมมูลค่าเพิ่มสูงมากขึ้น

ฐานอุตสาหกรรมและภาคการผลิตแข็งแกร่งขึ้น
ภาคเกษตร ป่าไม้ ปศุสัตว์ และประมงฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยในปี 2568 มูลค่าเพิ่มของภาคเกษตร ป่าไม้ ปศุสัตว์ และประมงเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีอัตราการเติบโตเร่งขึ้นจากปีก่อน 1.1 จุดร้อยละ
ด้านภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น มูลค่าเพิ่มภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 6.3 โดยเฉพาะภาคการผลิต หรือ manufacturing มีมูลค่าเพิ่มขยายตัวร้อยละ 6.7 อัตราการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 0.6 และ 1.1 จุดร้อยละตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงการเสริมความแข็งแกร่งของฐานการผลิตในภูมิภาคเฉิงตู-ฉงชิ่ง
ขณะเดียวกัน ภาคบริการสมัยใหม่เติบโตอย่างคึกคัก โดยมูลค่าเพิ่มของธุรกิจให้เช่าและบริการทางธุรกิจขยายตัวร้อยละ 17.0 ส่วนอุตสาหกรรมสารสนเทศ ซอฟต์แวร์ และบริการเทคโนโลยีสารสนเทศขยายตัวร้อยละ 10.1 โดยอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.2 และ 1.5 จุดร้อยละตามลำดับ สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล บริการทางธุรกิจ และบริการที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน
ตลาดอุปสงค์ภายในขยายตัวและยกระดับคุณภาพ
ด้านการลงทุนในสาขาสำคัญเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว โดยในปี 2568 การลงทุนภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ การลงทุนในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 สะท้อนการขยายกำลังการผลิตและการยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมในพื้นที่ ภาคการบริโภคเติบโตอย่างมั่นคง ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภครวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยธุรกิจรูปแบบใหม่และโมเดลการค้าใหม่ เช่น การค้าปลีกออนไลน์ เติบโตอย่างโดดเด่น ยอดค้าปลีกสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตของวิสาหกิจขนาดใหญ่ตามเกณฑ์ที่กำหนดเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.2 สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอีคอมเมิร์ซและการบริโภคดิจิทัลในตลาดจีนตะวันตก

โครงสร้างภูมิภาคเร่งปรับตัวใหม่
ศักยภาพของ “สองแกนหลัก” คือ นครเฉิงตูและนครฉงชิ่ง เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 นครเฉิงตูมีขนาดเศรษฐกิจ 2.47636 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 347.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 36.6 ของเศรษฐกิจมณฑลเสฉวน และร้อยละ 27.4 ของเขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง
ขณะที่นครฉงชิ่งมีขนาดเศรษฐกิจ 2.65012 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 371.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 78.5 ของเศรษฐกิจนครฉงชิ่ง และร้อยละ 29.3 ของเขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง
นอกจากนี้ “สองวงเมือง” ยังคงพัฒนาเข้าหากันอย่างต่อเนื่อง โดยวงในเขตพื้นที่นครเฉิงตู (Chengdu Metropolitan Area) มีขนาดเศรษฐกิจทะลุ 3 ล้านล้านหยวน อยู่ที่ 3.13103 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 439.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนวงในเขตพื้นที่รอบนครฉงชิ่ง (Chongqing Metropolitan Area) มีขนาดเศรษฐกิจ 27,620.0 ร้อยล้านหยวน หรือ 2.762 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 387.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 34.6 และร้อยละ 30.5 ของเขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่งตามลำดับ
พื้นที่ตอนกลางระหว่างนครเฉิงตูและนครฉงชิ่งเร่งเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยในปี 2568 พื้นที่ตอนกลางของเฉิงตู-ฉงชิ่งมีขนาดเศรษฐกิจ 1.44855 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 203.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในจำนวนนี้ เมืองจื้อก้ง เมืองสุ่ยหนิง และเมืองเน่ยเจียง มีขนาดเศรษฐกิจทะลุ 200,000 ล้านหยวน (ประมาณ 28.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขณะที่เขตเหอชวนและเขตถงหนานมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าร้อยละ 6 สะท้อนการกระจายตัวของการเติบโตจากเมืองศูนย์กลางไปยังเมืองรองและพื้นที่โดยรอบ[2]
หลักประกันด้านชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเข้มแข็งขึ้น
สถานการณ์การจ้างงานโดยรวมมีเสถียรภาพ ในปี 2568 อัตราการว่างงานจากการสำรวจเฉลี่ยทั้งปีของนครฉงชิ่งและมณฑลเสฉวนอยู่ที่ร้อยละ 5.3 เท่ากัน และอยู่ในระดับเดียวกับปีก่อนหน้า ขณะที่เขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่งมีจำนวนผู้มีงานทำใหม่ในเขตเมือง 1.638 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 จากปีก่อนหน้า ด้านรายได้ประชาชน ช่องว่างรายได้ระหว่างเมืองและชนบทลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่ใช้จ่ายได้ของประชากรเมืองต่อประชากรชนบทของนครฉงชิ่งอยู่ที่ 2.21 และของมณฑลเสฉวนอยู่ที่ 2.20 ลดลงจากปีก่อนหน้า 0.03 และ 0.02 ตามลำดับ สะท้อนการพัฒนาที่สมดุลและครอบคลุมมากขึ้น

โอกาสต่อไทย
ศูนย์ BIC Chengdu เล็งเห็นว่า การที่เขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง (Chengdu–Chongqing Economic Circle) มีขนาดเศรษฐกิจทะลุ 9 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 1.27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของจีนทั้งประเทศ สะท้อนว่าภูมิภาคจีนตะวันตกกำลังก้าวขึ้นเป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่ไทยไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในมิติการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน นครเฉิงตูและนครฉงชิ่งไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม การผลิตขั้นสูง เศรษฐกิจดิจิทัล และระบบขนส่งที่เชื่อมจีนตะวันตกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และภูมิภาคอื่น ๆ การเติบโตของภาคบริการสมัยใหม่ อุตสาหกรรมสารสนเทศ ซอฟต์แวร์ บริการธุรกิจ และการค้าปลีกออนไลน์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่มีจุดแข็งด้านสินค้าเกษตรแปรรูป อาหารสุขภาพ ผลไม้เมืองร้อน ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ บริการสุขภาพ และคอนเทนต์วัฒนธรรม สามารถเข้าสู่ตลาดผ่านช่องทางดิจิทัล แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ไลฟ์คอมเมิร์ซ และพันธมิตรท้องถิ่นได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อยอดค้าปลีกผ่านอินเทอร์เน็ตของวิสาหกิจขนาดใหญ่ในพื้นที่เติบโตถึงร้อยละ 14.2 ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้บริโภคในจีนตะวันตกมีความคุ้นเคยกับการซื้อสินค้าคุณภาพผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น การปรับโครงสร้างภูมิภาคของเขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่งยังมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อไทยในระยะยาว เนื่องจากการพัฒนาของ “สองแกนหลัก (นครเฉิงตูและนครฉงชิ่ง)” และการเติบโตของพื้นที่ตอนกลางระหว่างนครเฉิงตูและนครฉงชิ่งจะทำให้ตลาดไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะเมืองใหญ่ แต่ขยายไปสู่เมืองรองและเขตเศรษฐกิจใหม่ที่มีกำลังซื้อและความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ไทยจึงอาจใช้แนวทางเจาะตลาดแบบหลายระดับ ได้แก่ การรักษาฐานตลาดในเฉิงตูและฉงชิ่งควบคู่กับการขยายสู่เมืองศักยภาพ เช่น จื้อก้ง สุ่ยหนิง เน่ยเจียง เหอชวน และถงหนาน โดยอาศัยความร่วมมือด้านการค้า การจับคู่ธุรกิจ งานแสดงสินค้า อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับจีนตะวันตก
[1] “กระดานหมากเดียวกัน” การมองและขับเคลื่อนการพัฒนาเป็นภาพรวมเดียวกัน ไม่ต่างคนต่างทำ โดยทุกพื้นที่ หน่วยงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องประสานแผน นโยบาย ทรัพยากร และผลประโยชน์ร่วมกัน เหมือนตัวหมากหลายตัวที่อยู่บนกระดานเดียวกันและต้องเดินให้สอดคล้องกันเพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน
[2]เขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง (Chengdu–Chongqing Economic Circle) หมายถึง พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญทางภาคตะวันตกของจีนที่มี นครฉงชิ่งและนครเฉิงตู เป็น “สองแกนหลัก” หรือศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยครอบคลุมนครฉงชิ่งและเมืองสำคัญในมณฑลเสฉวนรวม 15 เมือง ได้แก่ นครเฉิงตู เมืองจื้อก้ง เมืองหลูโจว เมืองเต๋อหยาง เมืองเหมียนหยาง เมืองสุ่ยหนิง เมืองเน่ยเจียง เมืองเล่อซาน เมืองหนานชง เมืองเหมยซาน เมืองอี๋ปิน เมืองกว่างอัน เมืองต๋าโจว เมืองหย่าอัน และเมืองจือหยาง ทั้งนี้ ในบางเมืองมีการยกเว้นบางพื้นที่ออกจากขอบเขต ได้แก่ เมืองเหมียนหยางไม่รวมอำเภอผิงอู่และอำเภอเป่ยชวน เมืองต๋าโจวไม่รวมเมืองว่านหยวน และเมืองหย่าอันไม่รวมอำเภอเทียนเฉวียนและอำเภอเป่าซิง
ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ 1 มิถุนายน 2569
1. https://mp.weixin.qq.com/s/C_MTiN0Xubhb2CVLuqdt-g
ที่มารูปภาพ:
1. 699pic.com
