จำนวนรถยนต์พลังงานใหม่ในนครเฉิงตูแตะ ๑.๐๘ ล้านคัน สูงสุดในบรรดาเมืองที่ไม่มีมาตรการจำกัดการซื้อรถ สะท้อนความก้าวหน้าด้านการขนส่งสีเขียวในจีนตะวันตก

2 Sep 2025

สำนักงานเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศนครเฉิงตู และคณะกรรมการเศรษฐกิจใหม่ประจำนครเฉิงตู เปิดเผยข้อมูลว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ นครเฉิงตูมีจำนวนรถยนต์พลังงานใหม่ถึง ๑.๐๘ ล้านคัน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๑ ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมด มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มเมืองที่ไม่มีมาตรการจำกัดการซื้อรถยนต์ อีกทั้งยังสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการใช้รถยนต์พลังงานใหม่อย่างน้อย ๘๐๐,๐๐๐ คัน และสัดส่วนการใช้รถพลังงานไฟฟ้าในภาคสาธารณะอย่างน้อยร้อยละ ๘๐ ภายในปี ๒๕๖๘

ความสำเร็จจากการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าในภาคสาธารณะ

ความสำเร็จนี้เกิดจากการผลักดันอย่างจริงจังของภาครัฐ โดยเฉพาะในการเปลี่ยนให้ยานพาหนะในภาคสาธารณะหันมาใช้พลังงานไฟฟ้า ปัจจุบัน รถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ รถบริการผ่านแอปพลิเคชัน และรถขนส่งสินค้า มีจำนวนรวมกว่า ๒๕๐,๐๐๐ คัน มีสัดส่วนเป็นยานพาหนะพลังงานไฟฟ้ากว่าร้อยละ ๘๐ ทั้งนี้ รถโดยสารประจำทาง แท็กซี่ และรถบริการเรียกผ่านแอปพลิเคชันที่มีการเพิ่มใหม่หรือเปลี่ยนใหม่ล้วนเป็นรถพลังงานใหม่ ร้อยละ ๑๐๐ ขณะที่รถที่ใช้งานในภาครัฐ รถเก็บขยะ รถไปรษณีย์ และรถขนส่งพัสดุในเมือง ก็มีสัดส่วนการเปลี่ยนเป็นรถพลังงานใหม่เกินกว่าร้อยละ ๘๐ แล้ว

ความก้าวหน้าในฐานะเมืองนำร่องระดับประเทศ

นครเฉิงตูได้เดินหน้าอย่างเป็นระบบในการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับภาคสาธารณะโดยตั้งแต่ปี ๒๕๖๖ หลังจากได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเมืองนำร่องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในภาคสาธารณะของ ๘ กระทรวงระดับชาติ นครเฉิงตูได้ออกนโยบาย เช่น การรับฟังความเห็นว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของนครเฉิงตู และสามารถบรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลกลางกำหนด คือ “อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคสาธารณะอย่างน้อยร้อยละ ๘๐” ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๖

มาตรการส่งเสริมและโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม

นอกจากนั้น นครเฉิงตูยังผลักดันกฎหมายท้องถิ่นและมาตรการเชิงนโยบายที่ครอบคลุม เช่น กำหนดให้รถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ รถบริการผ่านแอปพลิเคชัน และรถโรงเรียนสอนขับรถที่ซื้อเพิ่มหรือเปลี่ยนใหม่ ต้องเป็นรถพลังงานไฟฟ้าร้อยละ ๑๐๐ รวมทั้งออกมาตรการอีก ๑๓ ประการ เช่น การให้เงินอุดหนุนการเลิกใช้รถเก่า การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมลพิษจากท่อไอเสียการให้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ควบคู่กับมาตรการเสริมแรงจูงใจ เช่น ยกเว้นข้อจำกัดการใช้งานบนท้องถนน ลดค่าจอดรถ และลดค่าไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นตลาด ขณะเดียวกันยังได้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายการชาร์จไฟเพื่อสร้างระบบการเติมพลังงานที่สะดวกและทั่วถึง

การก้าวสู่ยุคยานยนต์อัจฉริยะ

นครเฉิงตูยังริเริ่มการทดลองการขับขี่อัจฉริยะในหลายพื้นที่ นำร่องการประยุกต์ใช้งานในหลากหลายสถานการณ์ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่บูรณาการระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่และการใช้งานจริง โดยในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าและการใช้งานขยายตัวมากขึ้น นครเฉิงตูจะนำร่องในด้านการเชื่อมต่ออัจฉริยะและการสัญจรอัตโนมัติอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

การผลิตยานยนต์พลังงานใหม่พุ่งสูง

นอกจากการใช้งานในภาคสาธารณะแล้ว การผลิตยานยนต์ของนครเฉิงตูก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม๒๕๖๘ นครเฉิงตูมียอดการผลิตรถยนต์รวม ๓๔๐,๐๐๐ คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ ๒๙.๔ โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานใหม่ซึ่งมียอดการผลิต ๙๙,๐๐๐ คัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๔๐๒.๒ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ของนครเฉิงตู

การสำรวจและพัฒนาเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ

นครเฉิงตูยังได้พัฒนาการขับขี่อัจฉริยะในหลายพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีหลงเฉวียนอี้ Chengdu Economic and Technological Development Zone (Longquanyi District) ได้จัดตั้งขบวนรถยนต์ไร้คนขับที่ประกอบด้วยรถ Robotaxi จำนวน ๑๐ คัน และ Robobus ๒ คัน ซึ่งผลิตและพัฒนาโดยบริษัทท้องถิ่นของนครเฉิงตูเอง รถเหล่านี้สามารถจดจำสิ่งกีดขวาง เปลี่ยนเลน แยกสัญญาณไฟจราจร และขับขี่ผ่านทางแยกได้อย่างอัตโนมัติในระดับ L4[๑]

ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๖ ขบวนรถดังกล่าวได้ทดสอบบนถนนอัจฉริยะความยาวกว่า ๕๙๖.๓๘ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ เกือบ ๕๐ ตารางกิโลเมตร และให้บริการผู้โดยสารไปแล้วกว่า ๑๐,๐๐๐ คน โดยวิ่งอย่างปลอดภัยในระยะทางรวมกว่า ๖๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร

นอกจากนี้ ศูนย์กลางนวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระดับสูงของเฉิงตู (Future Science and Technology City) ยังได้เริ่มทดสอบรถโดยสารอัตโนมัติระดับ L4 ในเส้นทางสายที่ ๑ โดยมีรถบัสขนาด ๖ เมตร จำนวน ๔ คัน ใช้เทคโนโลยีการนำทางและการรับรู้แบบหลายโหมด ซึ่งผ่านการทดสอบในสนามปิดและได้รับใบอนุญาตชั่วคราวสำหรับการทดลองบนถนนจริงแล้ว

โอกาสสำคัญของไทย

การเร่งตัวของยานยนต์พลังงานใหม่และการขับขี่อัจฉริยะในนครเฉิงตูนับเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยสามารถใช้เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานยานยนต์เข้าสู่ตลาดจีนฝั่งตะวันตกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการผลิตชิ้นส่วนและส่วนประกอบยานยนต์ไฟฟ้า เช่น อุตสาหกรรมยางพาราที่ไทยมีศักยภาพสูง สามารถต่อยอดสู่การผลิตยางล้อ ชิ้นส่วนยางกันสั่นสะเทือน และซีลยางสำหรับรถไฟฟ้า รวมถึงผู้ผลิตไทยด้านพลาสติกวิศวกรรม สายไฟ และชิ้นส่วนตกแต่งภายในรถที่สามารถจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการเฉิงตูเพื่อเป็นซัพพลายเออร์ ขณะเดียวกันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยก็สามารถดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตยานยนต์ในเฉิงตูให้มาตั้งฐานผลิตเพื่อป้อนตลาดอาเซียน อาศัยสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment – BOI) และความตกลงการค้าเสรีเป็นแรงหนุน นอกจากนี้ ยังมีโอกาสสำหรับความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระบบระบายความร้อน ซอฟต์แวร์ BMS (Battery Management System) และธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบในระยะยาว

ด้านโลจิสติกส์ เครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคเอื้อให้ไทยสามารถขนส่งชิ้นส่วน EV ไปยังนครเฉิงตูได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุนและเวลา นอกจากนี้ยังมีโอกาสผลักดันมาตรฐานหัวชาร์จและโปรโตคอลการสื่อสารร่วมกัน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อรถจีนที่เข้ามาทำตลาดในไทย และรถเช่า EV ที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังไทย ขณะเดียวกัน เมืองท่องเที่ยวในไทยยังสามารถนำร่องการใช้ Robotaxi หรือ Robobus เพื่อยกระดับระบบขนส่งสาธารณะอัจฉริยะให้สะดวกต่อผู้ใช้งาน ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ในภาพรวม โอกาสเหล่านี้ยังนำไปสู่การสร้างกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การจัดโรดโชว์การลงทุน การส่งออกสินค้ามูลค่าสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และเคมีภัณฑ์สำหรับแบตเตอรี่ ตลอดจนการพัฒนาโลจิสติกส์สีเขียวที่ช่วยหนุนภาพลักษณ์ “ESG”[๒] ของไทย


[๑] ระดับ L4 ในระบบการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) มาจากมาตรฐานการจำแนกของ SAE International (Society of Automotive Engineers) ซึ่งแบ่งระดับความอัตโนมัติของยานยนต์ออกเป็นระดับ ๐ – ๕ โดย L4 ถือเป็นระดับการขับขี่อัตโนมัติที่รถสามารถขับเองได้เต็มรูปแบบในพื้นที่ที่กำหนด โดยไม่ต้องมีคนขับแทรกแซง แต่ยังไม่ถึงขั้น L5 ที่สามารถขับได้ทุกที่ทุกสถานการณ์เหมือนมนุษย์

[๒]ESG ย่อมาจาก Environment (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม), และ Governance (การกำกับดูแล)

ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ ๑ ก.ย. ๒๕๖๘
๑. http://sc.people.com.cn/n2/2025/0720/c379471-41296623.html
๒. http://sc.people.com.cn/n2/2025/0721/c379471-41297028.html
รูปภาพ:
๑. 699pic.com

รถยนต์พลังงานใหม่นครเฉิงตู

Chengdu_editor

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน