อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มณฑลวางตุ้งยังแกร่ง เชื่อมั่นเติบโตต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 นายวศิน เรืองประทีปแสงกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว พร้อมด้วยกงสุลฝ่ายเศรษฐกิจและเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน เดินทางเยือนสมาคมโลจิสติกส์มณฑลกวางตุ้ง โดยมีนายหม่า เหรินหง รองนายกสมาคมฯ และนางเหลียง ยู่ว์เสีย เลขาธิการสมาคมฯ ให้การต้อนรับ

นายหม่าฯ ได้บรรยายโครงการภาพรวมของความเชื่อมโยงมิติด้านการคมนาคมขนส่ง ภายใต้แนวคิด One Belt, One Road และก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบของจีนตอนใต้ โดยแผนงานการก่อตั้งศูนย์กระจายสินค้าของสมาคมฯ ที่นครกุ้ยโจว มณฑลกุ้ยหยาง ที่เมืองมอมบาซ่า ประเทศเคนยา และที่เมืองท่าของประเทศแคเมอรูน ซึ่งจะเป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าเข้า-ออกจากศูนย์กระจายสินค้านครกุ้ยโจวโดยทางรถไฟไปยังท่าเรือที่เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง เพื่อขนส่งต่อทางทะเลผ่านทะเลจีนใต้ มหาสมุทรอินเดีย ทะเลแดง มหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อไปสู่อ่าวกินีของทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ของจีน

ทั้งนี้นายหม่าฯ ยังได้แนะนำสมาคมโลจิสติกส์พร้อมกับรายงานตัวเลขสถิติของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของมณฑลกวางตุ้งให้แก่ กงสุลใหญ่ฯ และคณะฯ ทราบ

สมาคมโลจิสติกส์มณฑลกวางตุ้ง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2549 ปัจจุบัน เป็นสมาคมระดับแนวหน้าในกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของจีน โดยกระทรวงกิจการพลเรือนจีนประเมินระดับสมาคมฯ ที่ 5A” ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ร้อยละ 30 ของสมาชิกอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต และอีกร้อยละ 70 ของสมาชิกอยู่ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มีสมาชิกทั้งที่เป็นชาวจีนรวมถึง ไทย อินโดนิเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์

โดยสมาชิกของสมาคมฯ แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่  สมาชิกที่ไม่เสียค่าบริการ กลุ่มสมาชิกที่เป็นเกษตรกรหรืออยู่ในระบบอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าเกษตร หุ่นยนต์หรือเครื่องบินไร้คนขับที่ควบคุมด้วยวิทยุทางไกล (Drone) ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจีน อาทิ มณฑลซินเจียง เฮยหลงเจียง ส่านซีและเหอหนาน มีประมาณ 9,000 คน และสมาชิกที่เสียค่าบริการ กลุ่มสมาชิกที่อยู่ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์มีประมาณ 1,800 คน สมาคมฯ มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 201 คน มีคณะกรรมการ 12 คณะทำงานเฉพาะด้าน เช่น ด้านกฎหมาย ด้านการฝึกอบรม ด้านนิคมอุตสาหกรรมด้านห่วงโซ่โลจิสติกส์ห้องเย็น ด้านห่วงโซ่อุปทาน มีศูนย์บริการเฉพาะด้าน 8 ศูนย์ อาทิ ศูนย์สารสนเทศ ศูนย์สื่อสารมวลชน ศูนย์ทรัพยากรบุคคล ศูนย์นโยบาย ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีโลจิสติกส์ เป็นต้น

เมื่อปี 2558 ข้อมูลสถิติระบุว่ามณฑลกวางตุ้งเป็นมณฑลที่มีระบบโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุด (物流大省)โดยมีมูลค่าการขนส่งสินค้ากว่า 184 ล้านล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 8.4 ของ GDP ทั้งประเทศ  ระดับการพัฒนาของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทยและมณฑลกวางตุ้งมีความใกล้เคียงกัน โดยสังเกตได้จากตัวเลขต้นทุนโลจิสติกส์ โดยมณฑลกวางตุ้งมีต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ร้อยละ 14.5 ในขณะที่ประเทศไทยมีต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ร้อยละ 14.2 (สถิติปี 2556)  ในขณะที่จีนเท่ากับร้อยละ 18 และประเทศที่มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในระดับสูงอย่างญี่ปุ่นและเยอรมันมีต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ร้อยละประมาณ 9 – 8.5 ทั้งนี้มณฑลกวางตุ้งยังได้ตั้งเป้าหมายในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 ว่าต้นทุนดังกล่าวจะเหลืออยู่ที่ประมาณร้อยละ 11 ในปี 2563 โดยที่ประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 12 ในปี 2560 ซึ่งนับว่าเป็นการตั้งเป้าหมายที่ใกล้เคียงกัน

สมาคมโลจิสติกส์มณฑลกวางตุ้งยังคงขยายโครงการด้านโลจิสติกส์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำและทางอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวก ลดต้นทุนทางการขนส่งและทำให้สินค้าที่เข้ามายังจีนมีราคาที่ถูกลงก่อนที่จะถึงมือผู้บริโภค มณฑลกวางตุ้งถือเป็นประตูทางการค้าอันสำคัญของจีน ที่นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตและรวมสินค้าจากที่ต่าง ๆ ในจีนและทั่วโลกแล้ว ในอนาคตมณฑลกวางตุ้งจะกลายเป็นมณฑลชั้นนำที่เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปยังส่วนต่าง ๆ ของจีนที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพอีกด้วย

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม