สร้างกิมมิก เพิ่มมูลค่า – กรณีศึกษา ‘ข้าว’ ในกว่างซี (ที่ไทยน่าเรียนรู้)

 

โดย…ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง

การหันมาใส่ใจรักสุขภาพเป็น เทรนด์ ที่กำลังมาแรงในสังคมจีนยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออแกนิกส์ สินค้าปลอดสารพิษ และสินค้าที่มีแร่ธาตสารอาหารสูง

ที่มา: http://www.nipic.com/

การที่ชาวจีนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนมีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้บริโภคพร้อมจะจ่ายเพื่อ เลือกสรร ในสิ่งดีที่สุดสำหรับตัวเองมากขึ้น

จึงกล่าวได้ว่าแนวโน้มตลาดสินค้า(เกษตร)เพื่อสุขภาพในจีนแผ่นดินใหญ่กำลังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะใน "กลุ่มผู้บริโภคตามหัวเมืองหลักและรอง" (1st Tier and 2nd Tier City) ที่มีกำลังซื้อตั้งแต่ระดับกลางถึงสูง เพราะคนมีสตางค์ไม่ได้เอาเหตุผลด้านราคามาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อนั่นเอง

เมื่อตัวธุรกิจมี "กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย" (Target Group) ที่ชัดเจนแล้ว กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในการขายก็คือการสร้างจุดขายด้วยการสร้าง "กิมมิก" (Gimmick) ให้กับตัวสินค้า(และบริการ)ของเรา เพราะในแง่ของการพัฒนาจุดขายจากสินค้าตัวเดิมนับเป็นการมัดใจลูกค้ารายเก่า และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่จากจุดขายใหม่ๆ

ที่สำคัญ!! เป็นการ "เพิ่มมูลค่า" (Value Added) อัพคุณค่าอัพราคาของสินค้าเราไปในตัวได้อีกด้วย โดยเฉพาะ   "สินค้า(เกษตร)เพื่อสุขภาพ" เป็นกลุ่มสินค้าตัวหนึ่งที่นำกลยุทธ์การเพิ่มจุดขายมาปรับใช้ได้ง่ายๆ และทำให้เราๆ ท่านๆ เห็นภาพชัดเจน

อย่างในกรณีของเกษตรกรผู้ปลูก "ข้าว" (และพืชผลทางการเกษตรอีกหลากชนิด) ที่มีการนำ "จุดแข็งด้านทรัพยากรในท้องถิ่น" (ที่หากยากในที่อื่น) มาเป็นกิมมิกเพื่อสร้างจุดขายให้ "ข้าวเซเลเนียมสูง" (และสินค้าเกษตรอื่นอีกมากมาย) เพื่อตอบโจทย์ตลาดคนรักสุขภาพ ด้วยเหตุที่ที่ดินหลายแห่งในกว่างซีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุเซเลเนียม

"จีน" เป็นประเทศที่หนึ่งในโลกที่ขาดแคลนแร่ธาตุเซเลเนียมขั้นรุนแรง พื้นที่ขาดแคลนคิดเป็นร้อยละ 72 ของทั้งประเทศ ประชากรราว 700 ล้านคนใน 22 มณฑลทั่วประเทศอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีแร่เซเลเนียมอยู่เบาบาง แต่ไม่ใช่ เขตฯ กว่างซีจ้วง‘!!!

การสำรวจทางธรณีวิทยาพบว่าพื้นที่ที่มีธาตุเซเลเนียมผืนเดียวกันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจีนอยู่ใน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ดินหนึ่งกิโลกรัมมีแร่ธาตุเซเลเนียมอยู่สูงสุด 7.5 มิลลิกรัม และข้าวที่ผลิตได้หนึ่งกิโลกรัมมีแร่ธาตุเซเลเนียมอยู่ 0.314 มิลลิกรัม

เมื่อพูดถึงการสร้างอัตลักษณ์ให้กับตัวสินค้าของเราด้วยการผสมผสานจุดแข็งในท้องถิ่นแล้ว ก็ขอพูดต่อเกี่ยวกับกลยุทธ์ "สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" หรือ GI เครื่องมือที่ช่วยให้สินค้าของเราเป็น "ที่หนึ่ง" ในใจผู้บริโภคกันต่อเลยครับ

ที่มา: http://www.nipic.com/

คำว่า ‘GI’ ฟังดูเป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่คุ้นหูใครหลายคน เมื่อเราพูดถึง "ส้มโอนครชัยศรี ไข่เค็มไชยา กาแฟดอยช้าง หมูย่างเมืองตรัง ข้าวสังข์หยดพัทลุง" ทุกคนคงถึงบางอ้อ…. เพราะสินค้าเหล่านี้บางรายการได้รับการขึ้นทะเบียน GI แล้วและบางส่วนกำลังขออยู่

ในกว่างซี(รวมถึงจีน)กำลังปลุกกระแสการใช้มาตรฐานสินค้า GI ให้เข้ามาอยู่ในกระบวนการผลิตเช่นกัน เพื่อให้การผลิตสินค้าได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์เฉพาะ ที่สำคัญเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น และช่วยให้ผู้ผลิตมีโอกาสทางการค้าที่ดีกว่าผู้ผลิตสินค้าเกษตรประเภทเดียวกัน

เทคนิคสุดท้ายคือ การสร้างสีสันและจุดดึงดูดตัวใหม่ๆ เพื่อชักชวนให้ลูกค้าหันมาสนใจสินค้า(และบริการ)ของเราด้วยการ ใส่เรื่องราว(Storytelling) ที่น่าสนใจน่าค้นหาให้กับตัวสินค้า เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อสินค้าด้วยอารมณ์

ฉะนั้น คุณสามารถเล่าเรื่องราวอะไรก็ได้ที่เป็นการกระทบหรือพุ่งชนความต้องการทางอารมณ์ของลูกค้า ทำให้ลูกค้ามองเห็นคุณค่าและความต้องการที่พวกเขาคาดหวัง

เช่นการเชื่อมโยงวิถีชีวิตของผู้เฒ่าในหมู่บ้านร้อยปีที่พบว่าพวกเขาเหล่านั้นบริโภค ข้าวที่อุดมไปด้วยธาตุเซเลเนียมเป็นเคล็ดลับของการมีอายุยืนที่ตอบโจทย์ตรงใจสำหรับตลาดคนรักสุขภาพ

เทคนิคการตลาดเหล่านี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ข้าว ที่ปลูกในท้องถิ่นได้หลายเท่าตัว ข้าวเซเลเนียมสูงขายได้ราคาดีกว่าข้าวธรรมดาราว 4 เท่าตัว ราวกิโลกรัมละ 75 บาทขึ้นไปขึ้นอยู่กับเกรดสินค้า ซึ่งได้ราคาดีเหมือนข้าวสังข์หยดที่ขายในตลาดเมืองไทย

ความท้าทายอยู่ที่การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการทำพีอาร์ของตัวสินค้าเราเพื่อเพิ่มการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งอาจเริ่มต้นด้วยการทำตลาดผ่าน Social Media ต่างๆ ก่อนก็ได้ เพราะใช้ต้นทุนไม่มาก แถมเป็นการหยั่งเชิงตลาดเพื่อประเมินกระแสตอบรับในตัวสินค้าเราได้อีกด้วย

กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ในสินค้าเพื่อสุขภาพเป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่นกว่างซีมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของสินค้าที่มี "เซเลเนียมสูง" อาทิ ข้าว เนื้อสัตว์ และไข่ต้องมีธาตุเซเลเนียม 0.15-0.50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พืชผักสด ผลไม้ น้ำนม น้ำผึ้งต้องมี 0.01-0.10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และผลิตภัณฑ์ชาต้องอยู่ที่ 0.25-4.00 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ไม่งั้นคุณก็หมดสิทธิ เคลมจุดขายนี้ไปโดยปริยาย

 



บทสรุป

ไม่ใช่ สินค้า(และบริการ) ทุกประเภทที่จะสามารถนำเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ได้ทันที แต่อย่างน้อยก็สามารถนำเอาเทคนิคเหล่านี้ไป ปรับใช้หรือ ต่อยอดได้ในทุกประเภทสินค้า บีไอซีหวังว่า บทความนี้จะเป็นตัว จุดประกายสำหรับผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาลู่ทางเจาะตลาด (เน้นรายมณฑล!!)ในจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะ โอกาส มีไว้สำหรับผู้พร้อมเสมอ!!

 

 

—————————————————————————————————-

Tips : เซเลเนียม (Selenium) เป็นแร่ธาตุ 1 ใน 15 ชนิดที่มีจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ มีประโยชน์ช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง และการต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงได้รับการขนามนามเป็น แร่ธาตุอายุวัฒนะ

Tips :สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications) หรือ GI คือ สินค้า (ทรัพย์สินทางปัญญา) ที่ในกระบวนการผลิตมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับธรรมชาติ พื้นที่และคนในชุมชนนั้น โดยใช้ชื่อทางภูมิศาสตร์มาเป็นชื่อสินค้า (ที่มา วารสาร ทรัพย์สินทางปัญญา)

 

 

***********************

 


Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม