- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (Thailand Business Information Center in China) - https://thaibizchina.com -

รัฐบาลกลางประกาศเพิ่มร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า หวังนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินในจีนเพิ่ม

ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่ออกไปท่องเที่ยวในต่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวจีนกว่า 116 ล้านคน เดินทางออกไปยังต่างประเทศ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17 ใช้จ่ายเงินในต่างประเทศมากกว่า 1ล้านล้านหยวน ซึ่งเป็นเงินตราที่รัฐบาลมองว่าเป็นเงินที่ไหลออกไปยังต่างประเทศรัฐบาลจึงตระหนักและให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเงินของประชากรในส่วนนี้ รัฐบาลฯ จึงออกมาตรการสนับสนุนและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกไปยังต่างประเทศ ใช้จ่ายเงินในประเทศมากขึ้น ด้วยการสนับสนุนร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า (Inbound Duty Free Shop)  

ปัจจุบันร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ในจีนโดยมากอยู่เป็นร้านค้าปลอดภาษีขาออก (Outbound Duty Free Shop) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าก่อนออกเดินทางไปยังต่างประเทศ แต่ร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า (Inbound Duty Free Shop)  ที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าหลังจากเดินทางถึงแต่ก่อนที่จะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น ยังมีแค่ในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวจีนหรือชาวต่างชาติที่เดินทางมายังจีน ได้จับจ่ายใช้สอยในประเทศมากขึ้น รัฐบาลกลางจึงออกมาตรการสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการจัดตั้งร้านค้าปลอดภาษีค้าเข้า 19 แห่งในท่าเรือและท่าอากาศยานทั่วประเทศ

มณฑลกวางตุ้งเป็นอีกหนึ่งต้นทางที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางออกไปต่างประเทศมากที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งนี้รัฐบาลกลางได้อนุมัติการจัดตั้งร้านค้าปลอดภาษีจำนวน 7 แห่งในท่านอากาศยานและท่าเรือ อาทิ ท่าอากาศยานไป๋หยุน นครกว่างโจว ท่าอากาศยานป่าวอันเมืองเซินเจิ้น ท่าเรือฝูเถียน หวงกั่ง ซาโถวเจี่ยว เหวินจิ่นตู้ เมืองเซินจิ้น และท่าเรือจ๋าโข่ว เมืองจูไห่

โดยร้านค้าปลอดภาษีขาเข้าในท่าอากาศยานไป๋หยุนมีแผนที่จะเปิดใน อาคารขนส่งผู้โดยสาร 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2560 และเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2561 และคาดว่าจะสามารถขนส่งผู้โดยสารได้มากกว่า 45 ล้านเที่ยวคน ในปี 2563

สินค้าหลักที่คาดว่าจะวางจำหน่ายในร้านค้าปลอดภาษีขาเข้า ได้แก่  บุหรี่ เหล้า เครื่องสำอาง นมผงสำหรับเด็ก เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับและอาหาร โดยรัฐบาลได้อนุมัติมูลค่าขั้นต่ำการซื้อสินค้าจากเดิม คนละไม่เกิน 5,000 หยวนต่อคน เป็น 8,000 หยวนต่อคนด้วย ซึ่งมาตรการดังกล่าวมุ่งหวังที่จะดึงดูให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและต่างชาติใช้จ่ายในประเทศจีนมากขึ้น

ถึงแม้ว่าทางการจีนจะมีมาตรการสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวจีนซื้อสินค้าในประเทศจีนมากขึ้น แต่ยังเกิดผลกระทบที่ค่อนข้างน้อยต่อผู้ประกอบการไทย เนื่องจากประเภทสินค้าที่แตกต่างกัน เพราะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยยังนิยมที่จะซื้อสินค้ามีมีเอกลักษณ์ของไทย อย่างสินค้าหัตกรรม สินค้าท้องถิ่นอื่น ๆ และอาหาร ซึ่งเป็นที่สังเกตว่ารัฐบาลจีนเองมองเห็นโอกาสของพลังแห่งการบริโภคของชาวจีนที่นับวันจะยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโอกาสนี้เป็นของผู้ประกอบการไทยเช่นกัน โดยผู้ประกอบการไทยควรมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งคุณภาพสินค้า รูปแบบหีบห่อ และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพิ่มตอบสนองรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนไปทุกขณะ