มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามงบประมาณ ปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ ของรัฐบาลฮ่องกง

๑. สถานการณ์เศรษฐกิจฮ่องกง ปี ๒๕๖๒

ปี ๒๕๖๒ เป็นปีที่ท้าทายสำหรับฮ่องกง โดยเศรษฐกิจหดตัวที่ร้อยละ ๑.๒ (ติดลบครั้งแรกในรอบ ๑๐ ปี) ซึ่งมีปัจจัย คือ

๑.๑ ความท้าทายภายนอก ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งผลให้การส่งออกสินค้าและบริการลดลง (การส่งออกภาคบริการลดลงสูงสุดในประวัติศาสตร์) และ

๑.๒ ความท้าทายภายใน ได้แก่ การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบเชิงลบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การบริโภคภายใน และตลาดแรงงาน (อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ ๓.๔ สูงที่สุดในรอบ ๓ ปี) รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อ (ร้อยละ ๓) ที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากราคาเนื้อสุกรสูงขึ้นมากจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์สุกรใน สปจ. ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑

๒. แนวโน้มเศรษฐกิจฮ่องกง ปี ๒๕๖๓

๒.๑ ระยะสั้น มีความไม่แน่นอนและความท้าทายสูง โดยขึ้นอยู่กับ ๓ ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ (๑) สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 (๒) ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสาธารณรัฐประชาชนจีน และ (๓) สถานการณ์การชุมนุมประท้วง ซึ่งประเมินว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ระหว่างติดลบร้อยละ ๑.๕ ถึงบวกร้อยละ ๐.๕ ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อประเมินว่าจะอยู่ที่ร้อยละ ๒.๕

๒.๒ ระยะปานกลาง แนวโน้มค่อนข้างเป็นบวก เนื่องจาก (๑) สาธารณรัฐประชาชนจีนยังคงเป็นเศรษฐกิจหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก (๒) ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมากทั้งระหว่างฮ่องกงกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะในกรอบ Greater Bay Area และกับ ASEAN (๓) รัฐบาลฮ่องกงจะอำนวยความสะดวกทางธุรกิจและส่งเสริมเศรษฐกิจในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ เพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านโครงสร้างภาคอุปทานและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ

๓. สาระสำคัญของงบประมาณ ปี ๒๕๖๓/๖๔

๓.๑ ภาพรวม เป็นงบประมาณจำนวนสูงที่สุดตั้งแต่ฮ่องกงกลับคืนสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนในปี ๒๕๔๐ และรัฐบาลฮ่องกงคาดการณ์ว่าจะขาดดุลที่ ๑๓๙,๑๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งติดลบครั้งแรกในรอบ ๑๕ ปี ประกอบด้วย

(๑) รายได้ภาครัฐ ๕๗๒,๕๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ประกอบด้วย ภาษีกำไร ๑๓๐,๙๐๐ ล้าน รายได้จากที่ดิน ๑๑๘,๐๐๐ ล้าน ภาษีเงินได้ ๕๙,๙๐๐ ล้าน และอากรแสตมป์ ๗๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เป็นต้น และ

(๒) รายจ่ายภาครัฐ ๗๓๑,๑๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ประกอบด้วย ด้านการศึกษา ๑๑๒,๓๐๐ ล้าน สวัสดิการสังคม ๑๑๕,๐๐๐ ล้าน สาธารณสุข ๙๗,๗๐๐ ล้าน โครงสร้างพื้นฐาน ๗๘,๓๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เป็นต้น

๓.๒ เป้าประสงค์หลัก ได้แก่ (๑) การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 (๒) การช่วยเหลือผู้ประกอบการ รักษาการจ้างงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจ และบรรเทาทุกข์ประชาชน (๓) การพัฒนาความหลากหลายทางเศรษฐกิจ และ (๔) การสร้างชุมชนและเมืองน่าอยู่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(๑.๑)แก้ปัญหาการแพร่ระบาดฯ

  • จัดตั้งกองทุนต่อต้านการแพร่ระบาดจำนวน ๓๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
  • จัดสรรเงินสนับสนุนหน่วยงานด้าน รพ. จำนวน ๗๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
  • จัดสรรเงิน ๓,๖๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับจ้างบุคลากรแพทย์และพยาบาลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญต่อ และ
  • จัดสรรเงิน ๖๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อจัดตั้งศูนย์สุขภาพใน ๑๑ เขต โดยมอบให้ NGOs ดำเนินการ

(๒.๑)ช่วยเหลือผู้ประกอบการ รักษาการจ้างงาน และบรรเทาทุกข์ ปชช.

(๒.๑.๑) ช่วยเหลือผู้ประกอบการ

  • ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงินไม่เกิน ๒ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยประกันเงินกู้เต็มจำนวนสำหรับผู้ประกอบการ
  • ลดภาษีกำไรสำหรับปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ทั้งหมด แต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์ฮ่องกง
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนธุรกิจ ๑ ปี
  • ยกเว้นภาษีอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยไม่เกิน ๕,๐๐๐ ดอลลาร์ฮ่องกงต่อไตรมาสสำหรับไตรมาสที่ ๑-๒ และไม่เกิน ๑,๕๐๐ ดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับไตรมาสที่ ๓-๔ และ
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการยื่นภาษีเงินได้ภาคธุรกิจต่อปี เป็นเวลา ๒ ปี

(๒.๑.๒) รักษาการจ้างงาน

  • จัดสรรเงิน ๓๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงต่อปี เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาแรงงาน
  • จัดสรรเงิน ๒,๕๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงให้แก่คณะกรรมการการฝึกอบรมพนักงานฮ่องกง และ
  • จัดสรรเงิน ๒๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงให้แก่สภาอุตสาหกรรมก่อสร้าง (ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้ผลกระทบมากที่สุดจากการแพร่ระบาดฯ )

(๒.๑.๓) บรรเทาทุกข์

  • มอบเงินให้เปล่าสำหรับประชาชนผู้มีถิ่นพำนักถาวรในฮ่องกงที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป คนละ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์ฮ่องกง
  • ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ สูงสุดร้อยละ ๑๐๐ แต่ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ ดอลลาร์ฮ่องกง และ
  • ยกเว้นภาษีที่อยู่อาศัยไม่เกิน ๑,๕๐๐ ดอลลาร์ฮ่องกงต่อไตรมาส
  • ให้เงินช่วยเหลือพิเศษสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการคนละจำนวนเท่ากับเบี้ยเลี้ยง ๑ เดือน
  • ยกเว้นค่าเช่า ๑ เดือนสำหรับผู้มีรายได้น้อย และ
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับนักเรียน

(๓.๑)พัฒนาความหลากหลายทางเศรษฐกิจ

(๓.๑.๑) ด้านการเงิน

  • ลดภาษีห้างหุ้นส่วนจำกัดเพื่อดึงดูดการลงทุนในหุ้นนอกตลาด
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนหุ้น
  • ออกตราสารหนี้สีเขียว (เน้นการลงทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) มูลค่ารวม ๖๖,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงภายใน ๕ ปี
  • ออกตราสารหนี้สำหรับนักลงทุนทั่วไปและตราสารหนี้สีเงิน (ตราสารหนี้สำหรับผู้สูงอายุ ๖๕ ปีขึ้นไป) มูลค่ารวม ๑๓,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และ
  • ลดเกณฑ์อายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าร่วมโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก ๖๕ เป็น ๖๐ ปี

(๓.๑.๒) ส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • จัดสรรเงิน ๓,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับขยายโครงการ Science Park ระยะที่ ๒ และโครงการศึกษาจัดตั้งกลุ่มวิจัย InnoHK กลุ่มที่ ๓ ใน Science Park และ
  • เพิ่มวงเงินสำหรับทุนในโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีเป็นทุนละไม่เกิน ๖๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์ฮ่องกง

(๓.๑.๓) การขนส่งและโลจิสติกส์

  • มูลเหตุจูงใจด้านภาษีสำหรับผู้ดำเนินกิจการให้เช่าเรือ ผู้จัดการเช่าเรือ และธุรกิจประกันภัยทางทะเล (ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญของฮ่องกง)
  • อัดฉีดเงิน ๓๔๕ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิผล

(๓.๑.๔) การท่องเที่ยวและการค้า

  • จัดสรรเงิน ๗๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับคณะกรรมการการท่องเที่ยวฮ่องกง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวหลังการแพร่ระบาดฯ และ
  • จัดสรรเงิน ๑๕๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับสภาพัฒนาการค้าเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการสำรวจโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

(๓.๑.๕) อุตสาหกรรมวัตนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

จัดสรรเงิน ๙๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อพัฒนาด้านศิลปะและวัฒนธรรม

(๓.๑.๖) สร้างบุคลากรผู้มีความสามารถพิเศษ

  • จัดสรรเงิน ๔๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อสนับสนุนนักศึกษาท้องถิ่นและนักศึกษาที่จบระดับปริญญาตรีภายใต้โครงการ STEM (ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) และ
  • ขยายโครงการศูนย์กลางแห่งนักวิจัยและการศึกษาต่อหลังระดับปริญญาเอก เพื่อเชื่อมโยงการวิจัยกับบริษัทด้านเทคโนโลยี

(๔.๑)สร้างชุมชนและเมืองน่าอยู่

(๔.๑.๑) พัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย

  • เพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยของ รบ. ๑๐๐,๔๐๐ หน่วยภายใน ๕ ปี
  • เพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยของเอกชนประมาณ ๑๙,๖๐๐ หน่วยต่อปี ระหว่างปี ๒๕๖๓-๒๕๖๗ และ
  • พัฒนาที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัยจำนวน ๑๕,๗๐๐ หน่วย รวมทั้งจัดสรรพื้นที่สำหรับการพาณิชย์ ๖ แห่ง รวมพื้นที่ ๘๓๐,๐๐๐ ตรม.

(๔.๑.๒) สวัสดิการสังคม

  • จัดสรรเงิน ๓๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับดูแลผู้สูงอายุ และ ๗๕ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดหาอาหารผู้สูงอายุ และ
  • จัดสรรเงิน ๒๔ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อสนับสนุนการดูแลเด็กเล็กภายในครัวเรือน

(๔.๑.๓) การปกป้องสิ่งแวดล้อม

  • จัดตั้งกองทุนเทคโนโลยีสีเขียวจำนวน ๒๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
  • จัดสรรวงเงิน ๗,๑๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับยกเลิกการใช้ยานพาหนะเครื่องยนต์ดีเซล (ยูโร ๔) เพื่อการพาณิชย์ จำนวน ๔๐,๐๐๐ คัน เพื่อพัฒนาคุณภาพอากาศ
  • กำหนดแผนการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าฉบับแรก โดยจัดสรรเงิน ๒ พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าในอาคารจอดรถส่วนบุคคล และจัดสรรเงิน ๘๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับโครงการตัวอย่างในการให้บริการรถประจำทางขนาดเล็กขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งจัดสรรเงิน ๓๕๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับการทดลองให้บริการเรือข้ามฟากพลังงานไฟฟ้า
  • จัดสรรเงิน ๓๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมรีไซเคิลขยะกระดาษ และ
  • จัดสรรเงิน ๓๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อขยายโครงการการผลิตที่สะอาดต่ออีก ๕ ปี เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมในเขต Pearl River Delta

(๔.๑.๔) เมืองอัจฉริยะ

  • ประกาศแผนแม่บทเมืองอัจฉริยะ ๒.๐
  • (๒) เริ่มให้บริการโครงข่าย 5G
  • จัดสรรเงิน ๑ พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับกองทุนการจราจรอัจฉริยะ
  • จัดสรรเงิน ๑๐๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับการพัฒนา integrated digital platform
  • เริ่มให้บริการระบบแผนที่ ๓ มิติ และจัดสรรเงิน ๖๐ ล้านดอลลาร์ฮ่องกงในการจัดตั้งศูนย์ทดลอง                  ภูมิสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการใช้ applications ด้านข้อมูลเชิงพื้นที่ และ
  • เริ่มให้บริการโครงการ iAM Smart สำหรับการให้บริการภาครัฐ online

เรียบเรียงโดย 

ทีมเศรษฐกิจ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง

Paewsawang Therdkhwan

Paewsawang Therdkhwan

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เกาะฮ่องกง

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม