มณฑลกวางตุ้งสั่ง “ห้ามค้าขายและบริโภคสัตว์ป่า” ลดเสี่ยงโรคระบาดจากสัตว์ป่า ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 20 เท่า

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 สภาประชาชนมณฑลกวางตุ้งประกาศ คำสั่งห้ามซื้อขายและบริโภคสัตว์ป่า โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 หากฝ่าฝืนมีโทษ ปรับ 20 เท่าของมูลค่าสัตว์ที่บริโภค
คำสั่งดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะคุ้มครองสัตว์ป่าจากการค้าและการบริโภคที่ผิดกฎหมายการอนุรักษ์ความหลากหลายทางระบบนิเวศ โดยเฉพาะการป้องกันความเสี่ยงด้านสาธารณสุขและโรคที่เกิดจากสัตว์ป่า

ปัจจุบัน มณฑลกวางตุ้งมีสัตว์คุ้มครองรวม 168 ชนิด โดยในจำนวนดังกล่าวได้เพิ่มเติมรายการสัตว์คุ้มครอง 54 ชนิด ได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 14 ชนิด สัตว์ปีก 25 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 6 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 4 ชนิด สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำพวกสัตว์ขาปล้อง 1 ชนิด แมลง 3 ชนิด และสัตว์ขาข้อ 1 ชนิด ทั้งนี้ ยังครอบคลุมถึงการห้ามผสมพันธุ์เทียมสัตว์ป่า และการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรม โดยผู้ฝ่าฝืนด้วยการบริโภคจะต้องระวางโทษปรับ 20 เท่าของมูลค่าของสัตว์ สูงสุดไม่เกิน 10,000 หยวน (1,450 ดอลลาร์สหรัฐ) และผู้ฝ่าฝืนด้วยการเป็นธุระจัดหาะต้องระวางโทษปรับ 30 เท่าของมูลค่าของสัตว์ ปรับไม่เกิน 50,000 หยวน (7,247 ดอลลาร์สหรัฐ)

นอกจากนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ศาสตราจารย์ Shen Yongyi ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรจีนตอนใต้ (South China Agricultural University) นครกว่างโจว เผยข้อมูลจากการวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่าง DNA ของสัตว์ป่ากว่า 1,000 ตัวอย่าง พบว่า DNA ของตัวนิ่มร้อยละ 70 มีความคล้ายคลึงกับไวรัสโคโรนาที่พบที่เมืองอู่ฮั่น

สภาประชาชนมณฑลกวางตุ้งประกาศคำสั่งห้ามซื้อขายและบริโภคสัตว์ป่าครั้งแรกเมื่อปี 2547 ภายหลังการสิ้นสุดการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS) ซึ่งคำสั่งครั้งล่าสุดเป็นการแก้ไขเพิ่มโทษระวางให้สูงขึ้น

thaibiz_editor

thaibiz_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม