บทบาทของมณฑลส่านซี กานซู และเขตฯ หนิงเซี่ยหุย ภายใต้นโยบายมุ่งตะวันตกยุคใหม่

นโยบายมุ่งตะวันตก (Western Development Strategy) ได้รับการอนุมัติจาก รัฐบาลจีนเมื่อเดือน มี.ค. 2542 (ค.ศ. 1999) กว่า 20 ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาคตะวันตกให้มีความกินดีอยู่ดี

10 ปีแรกของการดำเนินนโยบายดังกล่าว รัฐบาลจีนเน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และการเปิดตลาดเสรี เมื่อเข้าสู่ระยะต่อมาในปี 2551 (ค.ศ. 2008) รัฐบาลจีนเพิ่มเป้าหมายการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ พลังงานสมัยใหม่ (New Energy) การผลิตอุปกรณ์ (Equipment Manufacturing) วัสดุใหม่ (New Materials) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ยา (Pharmaceuticals) อวกาศและการทหาร (Aerospace and Defence) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ผ่านการสร้างเขตเศรษฐกิจใน 3 พื้นที่ ได้แก่ (1) เขตเศรษฐกิจนครเฉิงตู-นครฉงชิ่ง (2) เขตเศรษฐกิจกว่างซี-อ่าวเป่ยปู้ และ (3) เขตเศรษฐกิจกวนจง-เทียนสุ่ย (พื้นที่ราบทางตอนกลางของมณฑลส่านซี ครอบคลุมพื้นที่ของนครซีอาน เมืองเป่าจี เมืองถงชวน และเมืองเว่ยหนาน) รวมไปถึงการออกนโยบายและสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ เพื่อกระตุ้นการย้ายฐานการผลิตจากภูมิภาคตะวันออก และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ความสำเร็จของนโยบายมุ่งตะวันตกใน 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) 12 มณฑล/เขตปกครองตนเอง/เทศบาลนคร[1] ของภูมิภาคจีนตะวันตก เพิ่มจาก 1.5 ล้านล้านหยวนในปี 2542 เป็น 20.5 ล้านล้านหยวนในปี 2562 คิดเป็นร้อยละ 20.7 ของ GDP ประเทศจีน และอัตราการเจริญเติบโตของ GDP ภูมิภาคตะวันตกเฉลี่ยร้อยละ 10.9 ต่อปี  ระหว่างปี 2555 – 2562 จำนวนคนยากจนในภูมิภาคตะวันตกลดลงจาก 50.86 ล้านคน เหลือ 3.23 ล้านคน อัตราความยากจนลดลงจากร้อยละ 17.5 เหลือร้อยละ 1.1 โดยเมื่อสิ้นปี 2562 ร้อยละ 90 ของพื้นที่ยากจนในภูมิภาคตะวันตกได้รับการยกระดับให้หลุดพ้นจากความยากจน นอกจากนี้ ยังสามารถคืนพื้นที่การเกษตรเสื่อมโทรมกลับเป็นพื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าธรรมชาติได้กว่า 91,300 ตร.กม.

อย่างไรก็ดี ภูมิภาคตะวันตกยังพบความไม่สมดุลในการพัฒนาในอีกหลายๆ ด้าน อีกทั้งยังมีความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาคตะวันตกและตะวันออก รวมถึงความท้าทายในการสร้างความสามัคคีระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ การสร้างความสงบสุขและความมั่นคงในสังคม ดังนั้น เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2563 คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC Central Committee) และรัฐบาลจีนได้เผยแพร่ “ความเห็นว่าด้วยการพัฒนาภูมิภาคตะวันตกยุคใหม่” (Guideline on Advancing the Development of Western Regions in the New Era) ความเห็นฯ ประกอบด้วยมาตรการ 36 ข้อ เพื่อพัฒนาบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตของประชาชาชนในภูมิภาคตะวันตกให้ทัดเทียมกับภูมิภาคตะวันออก เป็นสังคมนิยมสมัยใหม่ (Socialist Modernisation) ภายในปี 2578 (ค.ศ. 2035) โดยเน้นการพัฒนาด้านต่างๆ ได้แก่ (1) พัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมและพลังงานให้บรรลุประสิทธิภาพสูงสุด (2) สนับสนุนการก่อสร้างเครือข่ายการคมนาคม (3) ส่งเสริมการเปิดเสรีและความร่วมมือทางการค้า (4) สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน และ (5) ปรับปรุงการบริหารจัดการระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

ความเห็นฯ แบ่งเป้าหมายการพัฒนาภูมิภาคตะวันตกเป็น 2 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 (ปี 2563) ภูมิภาคตะวันตกจะพัฒนาและปรับปรุงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม การค้าและธุรกิจ
การเปิดกว้างเพื่อแสวงหาโอกาสต่างๆ (Opening-up) และการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อก้าวไปสู่การเป็นสังคมกินดีอยู่ดีอย่างรอบด้านในระดับเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศจีน โดยจะดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังนี้

– การพัฒนาและปรับปรุงระบบนิเวศ เน้นการปกป้องระบบนิเวศ และการปฏิรูปเทคโนโลยีเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาสีเขียว (Green Development)

– การ Opening-up เน้นการใช้ประโยชน์จากแนวคิด BRI ผ่านการสร้างช่องทางคมนาคมขนส่ง และแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อทำให้เกิดการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาค

– การสร้างสรรค์นวัตกรรม เน้นการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง โดยมุ่งเอาชนะศึก 3 ด้าน (3 Tough Battles) ได้แก่ การปรับปรุงขีดความสามารถด้านนวัตกรรม การส่งเสริมให้เกิดระบบอุตสาหกรรมที่ทันสมัย และการบริหารจัดการแหล่งพลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดการศูนย์เปล่าของพลังงาน การดำเนินงานจะมุ่งเป้าให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ในเขตเมืองและชนบทไปพร้อมกันอย่างบูรณาการ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน รักษาความมั่นคงแห่งชาติ และส่งเสริมเสถียรภาพทางสังคม

– การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-centred Approach) ส่งเสริมการให้บริการสาธารณะ โดยเฉพาะด้านการจ้างงานและการให้บริการวิสาหกิจ การพัฒนาคุณภาพการศึกษา สาธารณสุข ระบบประกันสังคม ระบบการดูแลผู้สูงอายุ การให้บริการด้านวัฒนธรรมและกีฬา การปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน

ระยะที่ 2 (ภายในปี 2578) ภูมิภาคตะวันตกจะก้าวไปสู่การเป็นสังคมนิยมสมัยใหม่ มาตรฐานบริการสาธารณะ (Public Service) โครงข่ายการคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตประชาชนได้รับการยกระดับเทียบเท่ากับภูมิภาคตะวันออก พื้นที่ชายแดนและกลุ่มชาติพันธุ์ต้องได้รับการพัฒนาให้มีความเจริญ ปลอดภัย และมั่นคง ประชาชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสันติ

มณฑลส่านซี กานซู และเขตฯ หนิงเซี่ยหุย ได้รับการวางตัวในกลุ่มการพัฒนาด้านต่าง ๆ ดังนี้

ข้อนโยบาย

รายละเอียด

มณฑล/เขตฯ/นครที่ร่วมนโยบาย

3 (8)

ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของพื้นที่ สร้างและพัฒนาการเป็นท่าเรือบก เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่ง มณฑลส่านซี มณฑลเสฉวน และนครฉงชิ่ง

3 (8)

ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและช่องทางต่างๆ ในแถบเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม มณฑลส่านซี และมณฑลกานซู

3 (9)

ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ เชื่อมทางบกกับทางทะเลสายใหม่ (ILSTC) มณฑลส่านซี มณฑลกานซู มณฑลกุ้ยโจว เขตฯ หนิงเซี่ยหุย เขตฯ กว่างซีจ้วง และนครฉงชิ่ง

3 (10)

สนับสนุนเมืองเอกของมณฑลให้เป็นเมืองศูนย์กลาง และประตูเชื่อมต่อกับนานาชาติ (International Gateway Hub Cities) นครซีอาน นครเฉิงตู และนครฉงชิ่ง

3 (10)

สนับสนุนศักยภาพเมืองเอกของมณฑลในการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาค นครหลานโจว นครคุนหมิง นครหนานหนิง นครอูรุมชี และนครฮูฮอต

3 (13)

สนับสนุนการปกป้องระบบนิเวศ สร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบริเวณตอนบนของแม่น้ำแยงซี และส่งเสริมการพัฒนาสีเขียวที่ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศเป็นหลัก มณฑลกานซู และมณฑลชิงไห่

3 (13)

เสริมสร้างความร่วมมือและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้โดยส่งเสริมและยกระดับการประสานงานระหว่างนครเฉิงตู-นครฉงชิ่ง กับเมืองเศรษฐกิจที่ราบกวนจง (Guanzhong Plain City Group)[2] เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภูมิภาคตะวันตก มณฑลส่านซี มณฑลกานซู มณฑลซานซี นครเฉิงตู และนครฉงชิ่ง

3 (13)

ส่งเสริมการพัฒนาและความร่วมมือระหว่างเมืองต่างๆ ในภาคตะวันตก อาทิ นครหลานโจว-นครซีหนิง และเมืองเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำเหลืองของเขตฯ หนิงเซี่ยหุย ก่อตั้งและปรับปรุงกลไกการประสานงานระหว่างพื้นที่ฐานปฏิวัติเก่า “ส่าน-กาน-หนิง” มณฑลส่านซี มณฑลกานซู มณฑลเสฉวนมณฑลยูนนาน มณฑลกุ้ยโจว มณฑลชิงไห่ เขตฯ หนิงเซี่ยหุย เขตฯ กว่างซีจ้วง และเขตฯ ซินเจียงอุยกูร์

6 (23)

สนับสนุนการก่อตั้งเขตสาธิต “อินเทอร์เน็ต +
การรักษาพยาบาล” (Internet + Healthcare)
ในเขตฯ หนิงเซี่ยหุย
เขตฯ หนิงเซี่ยหุย

ข้อมูลอ้างอิง

  1. https://www.chinabusinessreview.com/economic-development-policies-for-central-and-western-china/
  2. http://www.gov.cn/zhengce/2020-05/17/content_htm
  3. www.gov.cn/policies/latestreleases/202005/18/content_WS5ec1c577c6d0b3f0e9497de3.html
  4. www.gov.cn/policies/policywatch/202005/28/content_WS5ecf2018c6d0b3f0e9498d45.html

[1] มณฑลกานซู กุ้ยโจว ชิงไห่ ส่านซี เสฉวน ยูนนาน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง มองโกเลียใน หนิงเซี่ยหุย ทิเบต ซินเจียงอุยกูร์ และนครฉงชิ่ง

[2] Guanzhong Plain City Group ประกอบด้วย 7 เมืองในมณฑลส่านซี ได้แก่ นครซีอาน เมืองเป่าจี เมืองเสียนหยาง เมืองถงชวน เมืองเว่ยหนาน เขตสาธิตเกษตรไฮเทคหยางหลิง และเมืองชางลั่ว / 3 เมืองในมณฑลกานซู ได้แก่ เมืองเทียนสุ่ย เมืองผิงเหลียง และเมืองชิ่งหยาง / 2 เมืองในมณฑลซานซี ได้แก่ เมืองอวิ๋นเฉิง และเมืองหลินหยี

Thailand Business Information Center in China, Xi'an

Thailand Business Information Center in China, Xi'an

ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Print

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม