ตัวอย่างความสำเร็จของท่าเรือชิงต่าวกับการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน

ในปี 2558 ที่ผ่านมา วิกฤตการเงินระหว่างประเทศยังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ “ทำไมธุรกิจการขนส่งของท่าเรือชิงต่าวกลับเติบโตมากขึ้น” คำตอบคือ การปรับโครงสร้างของท่าเรือชิงต่าวได้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนธุรกิจตามนโยบาย New Normal ของรัฐบาลจีน รวมทั้งการก้าวออกไปแสวงหาการลงทุนและความร่วมมือใหม่ ๆ ในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง นอกจากนี้ การปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจให้ทันสมัย โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสิทธิภาพของธุรกิจแทนการให้ความสำคัญกับขนาดและจำนวน จับโอกาสทิศทางการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อต่อยอดการลงทุนในด้านต่าง ๆ ดังนี้


1. ความได้เปรียบในความเป็นสากล ผลพวงจากนโยบาย One Belt One Road

ท่าเรือเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อโลกเข้าด้วยกัน หากสามารถพัฒนาท่าเรือให้มีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถเพิ่มความได้เปรียบและเปิดโอกาสในการเข้าถึงประเทศต่าง ๆ ได้มากขึ้นตามลำดับ ในปี 2558 จีนประกาศนโยบาย One Belt One Road ที่ได้มีส่วนผลักดันให้ท่าเรือชิงต่าวก้าวเข้าสู่ความเป็นสากลมากขึ้น โดยได้มีการจัดทำความร่วมมือและสร้างความสัมพันธ์กับบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ระดับโลกต่าง ๆ อาทิ บริษัท Maersk Line, Hapag-Lloyd, Hamburg Sub North America, และกับท่าเรือบาร์เซโลนาและการท่าเรือฮัมบูร์ก รวมทั้งมีการลงนามในสัญญาจัดทำโครงการและข้อตกลงต่าง ๆ เช่น ความร่วมมือการกระจายสินค้าปลีกที่ท่าเรือตงเจียกัง (ท่าเรือในเขตหวงต่าว เมืองชิงต่าว) กับบริษัท Maersk Line ข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท ARKAS Holding Group ซึ่งเป็นบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของประเทศตุรกี ความร่วมมือกับบริษัท DP world ของประเทศดูไบ นอกจากนี้ ท่าเรือชิงต่าวยังมีการเจรจาระดับสูง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกกับบริษัทต่าง ๆ เพื่อสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ท่าเรือชิงต่าวได้มีการเริ่มต้นพัฒนาโครงการ และมีการลงนามสัญญาความร่วมมือทั้งหมด 25 ฉบับ

นอกจากนี้ ท่าเรือชิงต่าวยังได้สร้างความสัมพันธ์ท่าเรือบ้านพี่เมืองน้องกับประเทศต่าง ๆ จำนวน 16 แห่ง อาทิ ท่าเรือกวาดาร์ ประเทศปากีสถาน ท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ท่าเรือกวนตัน ประเทศมาเลเซีย ฯลฯ  โดยสามารถให้บริการจัดการยืมเรือ ส่งออกเงินลงทุนและจัดการบริหารระหว่างกันได้อย่างสะดวกรวดเร็วทั้งสองฝ่าย

ในปี 2558 ท่าเรือชิงต่าวสามารถเปิดเส้นทางการเดินเรือใหม่ได้จำนวน 28 เส้นทาง เพื่อขนส่งตู้คอนเทนเนอร์กว่า 4 ล้านตู้ให้แก่ประเทศที่อยู่บนเส้นทางสายไหมทางทะเล มีการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์กว่า 3 แสนตู้ผ่านการขนส่งทางทะเลเชื่อมต่อกับการขนส่งทางรถไฟ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 36 ผอ. บริษัท Qingdao port Group กล่าวว่า ในอนาคตท่าเรือชิงต่าวจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางบกและทางทะเลที่สำคัญระหว่างเส้นทางสายยุโรปกับเอเชียกลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแน่นอน  

2. การเชื่อมโยงตลาด ขยายกระบวนการทางโลจิสติกส์แบบถึงมือผู้รับ (Door to Door)

ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว ท่าเรือชิงต่าวได้มีการปรับโครงสร้างการบริการให้เชื่อมโยงตลาดผู้รับและผู้ส่งสินค้าอย่างสมบูรณ์ขึ้น ในปี 2558 ท่าเรือชิงต่าวได้ชูสโลแกนว่า “ยุคเรือใหญ่ บูรณาการทรัพยากร และระบบโลจิสติกส์แบบถึงมือผู้รับ (Door to Door)”

ข้อได้เปรียบของท่าเรือชิงต่าวที่โดดเด่น คือ เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีบริการโลจิสติกส์ที่สะดวก มีลานถ่ายสินค้าและมีคลังสินค้าทัณฑ์บนขนาดใหญ่ มีระบบรองรับเรือขนส่งที่มีขนาดใหญ่ โดยเคยมีเรือขนส่งสินแร่ที่มีน้ำหนัก 4 แสนตันมาจอดเทียบท่า ซึ่งถือเป็นเรือขนาดใหญ่ที่มาจอดเทียบท่าในจีนเป็นครั้งแรก และตามบันทึกสถิติโลกประเทศจีนมีเรือขนาดใหญ่เช่นนี้มาเทียบท่าทั้งหมด 13 ลำ ซึ่งเคยมาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือชิงต่าว จำนวน 11 ลำ จึงแสดงให้เห็นว่า ท่าเรือตงเจียกัง (ท่าเรือในเขตหวงต่าว ซึ่งขึ้นตรงกับท่าเรือชิงต่าว) เป็นท่าเทียบเรือบรรทุกสินแร่ที่สำคัญ ในปัจจุบันท่าเรือดังกล่าวมีการพัฒนาและขยายคลังสินค้าทัณฑ์บน การจัดการบริการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า การจัดขนส่งสินค้าต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าการบริการ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าของสินค้าในตลาด ที่สำคัญในเดือนกรกฎาคม 2558 ธุรกิจผสมแร่ของบริษัท Companhia Vale do Rio Doce ประเทศบราซิล ได้ขยายการลงทุนมายังท่าเรือตงเจียกังนี้ และได้ดึงดูดลูกค้าจำนวนมากเข้ามา ผลักดันให้ท่าเรือชิงต่าวเข้าสู่ยุคการบริการขนส่งสินค้าอย่างครบวรจรมากขึ้น 

ในเดือนกันยายน ปี 2558 บริษัท Qingdao Port International Freight and Logistic Co.,Ltd ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของท่าเรือชิงต่าว ได้ร่วมมือกับบริษัท Loading and Unloading Service Corporation จัดทำความร่วมมือเพื่อบรูณาการและเชื่อมต่อกระบวนการโลจิสติกส์ให้เป็นแบบ Door to Door  เพิ่มมูลค่าการบริการและความรวดเร็วในการจัดการขนส่งสินค้า โดยจัดให้มีบริการจัดเรือขนส่ง (Shipping  Agency) Freight forwarding บริการคลังสินค้า บริการตรวจสอบสินค้า และบริการการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ท่าเรือชิงต่าวเติบโตและมีกำไรเพิ่มมากขึ้น

3. ความกล้าเสี่ยงที่จะขยายการลงทุนและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคู่แข่งจำนวนมาก การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557 บริษัท Qingdao port Group ได้เข้าสู่ตลาดหุ้นฮ่องกงอย่างเป็นทางการ ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีครึ่ง บริษัท Qingdao port Group มีมูลค่าการรวมทุนสูงถึงร้อยละ 85.89 มีอันดับการเงินอยู่ลำดับ 6 จากทั้งหมด 190 บริษัท และมีจำนวนทรัพย์สินอยู่ในอันดับ 2 จากธุรกิจอุตสาหกรรมท่าเรือ จากการรวมทุนของบริษัทในเครือในระยะแรก ต่อมาบริษัทจึงค่อย ๆ ขยายธุรกิจการจัดระดมเงินทุนออกไป เช่น ธุรกิจซื้อขาย ธุรกิจประกัน ธุรกิจการจำนำ ฯลฯ

ยุคนี้ยังเป็นยุคที่ใครสามารถนำระบบอินเตอร์เน็ตมาปรับใช้ได้ก่อน ก็มีโอกาสชนะมากกว่า ท่าเรือชิงต่าวได้นำระบบอินเตอร์เน็ตเข้ามาปรับใช้ในการบริหารจัดการ จึงช่วยสร้างให้เกิดระบบโลจิสติกส์ไร้พรมแดนมากขึ้น ผู้ใช้บริการสามารถยื่นเรื่องขอดำเนินการการขนส่ง และสามารถตรวจสอบผลการดำเนินการต่าง ๆ ผ่านทาง online ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มความสะดวกสบาย และลดระยะเวลาการดำเนินงานลง

ขณะนี้ ท่าเทียบเรืออัตโนมัติของท่าเรือชิงต่าว อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าภายในต้นปี 2560 จะมีเครื่องจักระบบอัตโนมัติในการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งจะสามารถประหยัดค่าแรงลงได้ร้อยละ 50 – 60 และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ร้อยละ 30 รวมทั้งจะทำให้ท่าเรือชิงต่าวกลายเป็นท่าเทียบเรืออัตโนมัติแห่งแรกในเอเชีย และเชื่อได้ว่าในอนาคตท่าเรือชิงต่าวจะสามารถเป็นผู้นำและศูนย์กลางการขนส่งทางเรือที่สำคัญของจีน และภูมิภาคนี้ต่อไปอย่างแน่นอน

จัดทำโดย ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองชิงต่าว

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม