จีนประกาศเลื่อนบังคับใช้นโยบายภาษีพัสดุภัณฑ์สำหรับสินค้านำเข้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

สำนักงานศุลกากรแห่งชาติของจีน (China General Administration of Customs; CGAC) ประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราภาษีและรายการสินค้านำเข้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนหรือที่เรียกว่า Positive List โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะลดภาษีพัสดุภัณฑ์ข้ามพรมแดนและลดช่องว่างระหว่างการซื้อขายทางออนไลน์กับการซื้อขายกับร้านขายสินค้านำเข้าแบบดั้งเดิม ไม่ให้ผู้ผลิตต่างชาติใช้ช่องทางนี้ทำธุรกิจเลี่ยงภาษี นโยบายดังกล่าวมีผลใช้บังคับในวันที่ 8 เมษายน 2559

รายการสินค้าและอัตราภาษีมีดังนี้

ระดับ

รายการสินค้า

อัตราภาษี

1

หนังสือ, หนังสือพิมพ์, นิตยสาร, คอมพิวเตอร์, กล้องวิดีโอ, เครื่องใช้ในครัวเรือน, อาหารและเครื่องดื่ม, เงิน, ทอง, เฟอร์นิเจอร์, ของเล่น, อุปกรณ์เพื่อความบันเทิง

15%

2

อุปกรณ์กีฬา (ยกเว้นอุปกรณ์กีฬากอล์ฟ), จักรยาน, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, เครื่องบันทึกเสียงโทรทัศน์และรายการสินค้าอื่นๆที่ไม่อยู่ในประเภท 15% หรือ 60%

30%

3

ยาสูบ, แอลกอฮอล์, เครื่องเพชรพลอย, อุปกรณ์กีฬากอล์ฟ, นาฬิกาข้อมือ, เครื่องสำอางและน้ำหอม

60%

 นโยบายนี้จะนำมาใช้กับสินค้าส่วนตัวนำเข้าที่ชาวจีนเป็นผู้สั่งซื้อมามีมูลค่าเกินกว่า 5,000 หยวนขึ้นไป และสำหรับชาติอื่นๆที่มีมูลค่าเกินกว่า 2,000 หยวนขึ้นไป สินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้จะได้รับการยกเว้นภาษี

อิทธิพลของอุตสาหกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

ในช่วงที่ยังไม่มีการออกนโยบายข้างต้นนั้น สินค้านำเข้าผ่านทางระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนถือเป็นสินค้าไปรษณียภัณฑ์ส่วนตัว ไม่ใช่สินค้านำเข้า และมีแนวโน้มที่ผู้ส่งออกจะต้องเสียภาษี แต่ในอัตราที่ไม่สูงมากเพียงประมาณร้อยละ 10 หากสินค้านั้นมีมูลค่าต่ำกว่า 1,000 หยวน และได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องเสียภาษี เมื่อภาษีของสินค้านั้นรวมกันต่ำกว่า 50 หยวน เพื่อให้ผู้ส่งออกมีแรงจูงใจในการส่งสินค้าเข้ามาในประเทศจีนมากขึ้น

แต่ทว่าการออกนโยบายภาษีใหม่นี้ สินค้าที่นำเข้ามาจะถือว่าเป็นสินค้านำเข้าปกติ ไม่ได้จัดเป็นไปรษณียภัณฑ์ส่วนตัว และนอกจากนี้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีการบริโภคซึ่งปรับเปลี่ยนตามลักษณะของสินค้าอีกด้วย ถึงแม้ว่าผู้บริโภคจะได้ลดอัตราภาษีนำเข้า 70% สำหรับธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนที่ต่ำกว่า 2,000 หยวน แต่ผู้ส่งออกยังต้องรับผิดชอบภาษีที่เพิ่มขึ้นเกือบ 10%

สินค้าบางประเภท เช่น อาหาร ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีมูลค่าเกินกว่า 2,000 หยวน จะได้รับผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีนี้มากที่สุด เช่น ก่อนนโยบายมีการเปลี่ยนแปลง ราคาของนมผงเด็ก 258 หยวน หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ซึ่งไม่มีการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่มีราคาต่ำกว่า 50 หยวน ผู้บริโภคต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น 11.9% ราคานมผงรวม 289 หยวน ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่าเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่อย่าง www.JD.com หรือ www.Tmall.com จะยอมบีบกำไรของตนเองให้น้อยลง เพื่อที่จะคงประสิทธิภาพของการแข็งขันเอาไว้ ทั้งนี้ในระยะยาวนโยบายด้านภาษีดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อความต้องการที่จะซื้อสินค้าด้วยวิธีดังกล่าวก็อาจเป็นได้

การยืนยันการเลื่อนบังคับใช้กฎระเบียบภาษีการนำเข้าสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 กระทรวงการคลังได้ประกาศยืนยันการเลื่อนนโยบายดังกล่าวออกไปให้มีผลบังคับใช้หลังจากที่ประกาศ 1 ปี  ซึ่งหมายความว่า ก่อนวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 จะยังไม่มีการตรวจตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าที่เข้ามาในนครเทียนจิน นครเซี่ยงไฮ้ เมืองหางโจว เมืองหนิงป่อ เมืองเจิ้งโจว นครกว่างโจว เมืองเซินเจิ้น นครฉงชิ่ง เมืองฝูโจว และเมืองผิงตาน โดยช่วงระยะเวลาที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ส่งออกจะต้องเตรียมตัวรับมือสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานศุลกากรแห่งชาติและกระทรวงการคลังจีน ยังได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบด้านการตลาดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังการประกาศใช้นโยบายนี้อย่างเป็นทางการด้วย

ผู้ออกกฎระเบียบดังกล่าวเชื่อว่านโยบายนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เนื่องจากจีนมีข้อบังคับการตรวจสอบสินค้านำเข้าที่รัดกุมมากขึ้น เช่น การนำเข้าอาหาร เครื่องสำอางและเครื่องมือการแพทย์บางประเภทจะต้องได้รับการรับรองก่อนจึงจะสามารถนำเข้ามาได้ อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าการเลื่อนวันบังคับใช้ออกไปจะส่งผลด้านลบแก่ผู้ที่ดำเนินธุรกิจอยู่ เนื่องจากสามารถเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือนโยบายดังกล่าวในอนาคต

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจการนำเข้าสินค้าเข้ามาในจีนด้วยรูปแบบสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จึงจำเป็นจะต้องเตรียมตัวรับมือกับมาตรการภาษีดังกล่าว รวมถึงคอยศึกษาและติดตามมาตรการต่าง ๆ ที่ฝ่ายจีนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลกระทบทางลบต่อธุรกิจในมือท่านให้น้อยมากที่สุด ท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ได้ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน www.thaibizchina.com หรือ เฟสบุคแฟนเพจ www.facebook.com/thaibizchina 

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม