จับตามองนครเซี่ยงไฮ้ : ตลาด MICE แห่งใหม่ของเอเชีย

ธุรกิจการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การแสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติ (Meeting Incentive Convention and Exhibition : MICE) เป็นธุรกิจที่ทำรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศไม่น้อย รวมถึงเป็นแหล่งกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลายด้าน อาทิ โรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม แหล่งช้อปปิ้ง ธุรกิจรับจัดประชุมและสัมมนา ธุรกิจบริการด้านการคมนาคมขนส่ง และแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครจัดเป็นตลาด MICE ดาวเด่นแห่งหนึ่งในเอเชีย นอกเหนือจากฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ รวมถึงตลาด MICE ดาวรุ่งดวงใหม่อย่างกัวลาลัมเปอร์ มาเก๊า และนครเซี่ยงไฮ้

เป็นที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตการเงินโลกตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปี 2551 ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ โรงแรม สายการบิน รวมถึงธุรกิจ MICE ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เนื่องจากบริษัทต่างๆ มีการตัดลดงบประมาณจัดการประชุม และเดินทางท่องเที่ยว / ดูงานในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี นครเซี่ยงไฮ้กลับเป็นนครปลายทางของธุรกิจ MICE ในเอเชียที่คาดว่าจะมีแนวโน้มสดใส และเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ในบริบทที่ธุรกิจทั่วโลกและเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ยังอยู่ในช่วงทรุดตัว หรือกำลังตะกายฟื้นตัวขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุน ดังนี้

เจ้าภาพจัดงาน World Expo 2010 – เสริมภาพลักษณ์และความพร้อมตลาด MICE ของเซี่ยงไฮ้

เมื่อมองจีนวันนี้รู้สึกแตกต่างกับภาพของจีนในอดีตอย่างไร? “ยิ่งใหญ่” “มั่งคั่ง” “มีพลัง” “ก้าวขึ้นสู่ระดับสากล” เป็นต้น อาจเป็นคำบอกความรู้สึกที่มีต่อจีนวันนี้ได้ โดยเฉพาะภาพของพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค 2008 เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ตามมาด้วยภาพงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2552 ณ กรุงปักกิ่ง ที่ปรากฏสู่สายตาชาวโลก ได้แสดงถึงพลังและความยิ่งใหญ่ของประเทศจีนในทศวรรษใหม่ที่ประกาศสถานะและบทบาทใหม่ของตนในเวทีโลก บ่งบอกถึงความพร้อมของจีนในการจัดงานขนาดใหญ่ระดับสากลที่เชิญผู้นำระดับสูงจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วม

ภาพพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค 2008 ณ กรุงปักกิ่ง

ภาพงานเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่ง

ในปี 2553 นครเซี่ยงไฮ้จะเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo 2010 ที่คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานถึง 70 ล้านคนจากทั้งในจีนและ 200 กว่าประเทศทั่วโลก ซึ่งจะเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่แสดงให้เห็นความพร้อมของนครเซี่ยงไฮ้ในการเป็นตลาด MICE ทั้งด้านความพร้อมในการจัดงาน สถานที่ สิ่งปลูกสร้าง กำลังคน งบประมาณ การบริหารจัดการ ตลอดจนระบบและความทันสมัยของโครงสร้างสาธารณูปโภคเพื่อรองรับงานดังกล่าว

ภาพจำลองศูนย์นิทรรศการ(Expo center) งาน World Expo 2010 นครเซี่ยงไฮ้

นครเซี่ยงไฮ้ลงทุนในโครงการก่อสร้างอย่างมหาศาลเพื่อการจัดงานดังกล่าว ทั้งสิ่งปลูกสร้างการจัดงาน ระบบการคมนาคมที่ทันสมัย และการปรับปรุงภูมิทัศน์ทั่วเมือง หลังจากการจัดงานสิ้นสุดลง ศูนย์นิทรรศการ (Expo center) ที่มีพื้นที่ถึง 140,000 ตร.ม. สามารถรองรับผู้เข้าชมได้ประมาณ 4,000-5,000 คน จะถูกนำมาใช้เป็นศูนย์ประชุมและศูนย์จัดนิทรรศการนานาชาติ ซึ่งจะเป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อรองรับธุรกิจ MICE ที่สำคัญของนครเซี่ยงไฮ้ในอนาคต นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้จะมีท่าอากาศยานนานาชาติถึง 2 แห่ง พร้อมด้วยท่าเรือสำราญ เส้นทางรถไฟใต้ดินที่เชื่อมถึงกันทั่วเมือง รวมถึงอุโมงค์เดินรถ และทางด่วนสายใหม่เกิดขึ้นหลายเส้นทาง

นอกจากนี้ ในภาวะที่ธุรกิจท่องเที่ยวในต่างประเทศและธุรกิจโรงแรมทั่วโลกกำลังรับศึกหนักหลังภาวะวิกฤตการเงินโลก การเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo ในปีหน้า ยังกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นธุรกิจ MICE ของนครเซี่ยงไฮ้ ที่เครือข่ายธุรกิจโรงแรมระดับสากลต่างคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในจีนในทางบวก แม้อัตราการเข้าพักของธุรกิจโรงแรมในนครเซี่ยงไฮ้จะต่ำกว่าปีก่อนหน้า โดยอัตราการเข้าพักระหว่างเดือนม.ค -ก.ค. 2552 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 48.2 เมื่อเทียบกับร้อยละ 58.8 ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่จำนวนห้องพักของโรงแรมที่จะเปิดใหม่ในนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงปี 2552-2553 จะเพิ่มขึ้นอีกถึง 15,000 ห้อง ซึ่งจะทำให้การแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในนครเซี่ยงไฮ้รุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้โรงแรมต่างๆ ออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย แย่งชิงตลาดท่องเที่ยวกลุ่ม MICE ทั้งจากในจีนและต่างชาติกันอย่างดุเดือด กระตุ้นให้ธุรกิจ MICE ในนครเซี่ยงไฮ้ต้องเร่งพัฒนาอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

นครศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของเอเชีย – แม่เหล็กดึงดูดกิจกรรม MICE

ลักษณะโดดเด่นอีกประการหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนอนาคตตลาด MICE ของนครเซี่ยงไฮ้ คือ การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อยกระดับเป็นนครศูนย์กลางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการเงิน และการเดินเรือโลก รวมถึงมีนโยบายที่ชัดเจนในการดึงดูดธุรกิจต่างชาติเข้ามาจัดตั้งสำนักงานประจำภูมิภาค ทำให้นครเซี่ยงไฮ้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ปัจจุบัน นครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ดึงดูดจากธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนมากที่สุดในจีน โดยในปี 2551 มีบริษัทต่างชาติเข้ามาจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในระดับภูมิภาครวม 224 แห่ง จัดตั้งบริษัทในรูปการลงทุนรวม 178 แห่ง และจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวม 274 แห่ง และมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ประมาณ 70,000 คน ความเป็นเมืองศูนย์รวมธุรกิจต่างชาติเป็นโอกาสการสร้างตลาด MICE ของนครเซี่ยงไฮ้ ทั้งการจัดประชุม สัมมนา และการมาร่วมงานนิทรรศการแสดงสินค้าในนครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2551 นครเซี่ยงไฮ้จัดงานแสดงสินค้ารวมถึง 455 งาน มากกว่ากรุงปักกิ่งที่่ 264 งาน และนครกวางโจวที่ 227 เกือบเท่าตัว

มหานครทันสมัย – เสน่ห์แห่งเมืองท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ ปัจจัยสนับสนุนตลาด MICE ของนครเซี่ยงไฮ้ที่น่าสนใจประการสุดท้าย คือ ความเป็นเมืองทันสมัยระดับแนวหน้าของจีน และเป็นเมืองทันสมัยในอันดับที่ 25 ของโลก จากเมืองใหญ่จำนวน 53 เมืองทั่วโลก ที่ได้กลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองปลายทางท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ หรือการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล โดยเฉพาะในสภาพการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจทั้งในจีนและทั่วโลกอยู่ในช่วงตัดลดงบประมาณการเดินทางไปยังประเทศไกลๆ นครเซี่ยงไฮ้จึงเป็นเมืองปลายทางการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจของธุรกิจในจีนและในเอเชียที่น่าสนใจยิ่ง เนื่องจากเป็นเมืองที่มีความเจริญทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนสูงสุดแห่งหนึ่งของจีน จึงมักถูกเลือกให้เป็นที่ศึกษาดูงานจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ กอปรกับเซี่ยงไฮ้มีแหล่งท่องเที่ยว / บันเทิงและย่านช้อปปิ้งที่ทันสมัยถูกใจกลุ่มนักธุรกิจ อีกทั้งมีย่านธุรกิจระดับ high-end และโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ที่เป็นเครือข่ายอินเตอร์เนชั่นแนลมากมาย นอกจากนี้ เซี่ยงไฮ้ยังมีระบบการคมนาคมที่เชื่อมต่อกับเมืองอื่นๆ ในพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำแยงซีที่สะดวกรวดเร็ว ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่ทันสมัย สะดวกสบาย และมีเสน่ห์ยิ่ง

บทสรุป ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ เห็นว่า นครเซี่ยงไฮ้จะเป็น “ตลาด MICE” แห่งใหม่ของเอเชียที่น่าจับตามองยิ่ง เนื่องจากปัจจัยส่งเสริมให้นครเซี่ยงไฮ้กลายเป็นตลาด MICE ที่มีแนวโน้มสดใสในเอเชียที่กล่าวมา ล้วนเป็นผลพวงจากความพยายามมุ่งมั่นของรัฐบาลจีนในการสร้างความพร้อมให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อกับนานาประเทศ อีกทั้งเป็นเมืองต้นแบบ (model) การพัฒนาสู่ความทันสมัยของเมืองอื่นๆ ในจีน จึงเชื่อว่าตลาดแห่งนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอัตราการขยายตัวทางเเศรษฐกิจของจีน ประกอบกับการเมืองของจีนที่มีเสถียรภาพ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการเร่งพัฒนาภาคธุรกิจบริการสมัยใหม่ของนครเซี่ยงไฮ้ที่จะช่วยเสริมศักยภาพของธรุกิจ MICE อย่างเต็มกำลังยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นยังคงเป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนบริบทด้านการท่องเที่ยวของตลาด MICE ให้นครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่เป็นหัวใจของการทำตลาดปลายทางท่องเที่ยว คือ ขีดความสามารถของคลากรและทักษะในธุรกิจภาคบริการของจีนยังอยู่ในระดับตามหลังตลาดท่องเที่ยวอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งธุรกิจไทยอาจอาศัยโอกาสการพัฒนาของตลาดดังกล่าวของเซี่ยงไฮ้ในการสร้างโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องที่ไทยมีความถนัดและชำนาญ ขณะเดียวกันภาครัฐอาจต้องตระหนักถึงตลาด MICE แห่งใหม่ที่จะเป็นหนึ่งในตลาดคู่แข่งของไทยในอนาคตอันใกล้ โดยเร่งเสริมจุดอ่อน และพัฒนาจุดแข็ง เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดให้ธุรกิจ MICE ของไทย

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม