งานมหกรรม Smart China Expo 2018 ณ มหานครฉงชิ่ง

ครั้งแรกของมหานครฉงชิ่งกับมหกรรม Smart Technology

มหกรรม Smart China Expo 2018 จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่มหานครฉงชิ่ง ระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคม 2561 ภายใต้หัวข้อ “Smart Technology” โดยมีบุคคลสำคัญทั้งในภาครัฐบาลและธุรกิจเข้าร่วมในพิธีเปิดในวันที่ 23 สิงหาคม 2561 อาทิ นายโก๊ะ จ๊ก ตง รัฐมนตรีอาวุโสเกียรติคุณของสิงคโปร์ รองนายกรัฐมนตรีของลาว รองนายกรัฐนตรีของมองโกเลีย นายแจ็ก หม่า ประธานบริหารกลุ่มบริษัทอาลีบาบา และผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มธุรกิจด้าน social media, IT, AI เช่น Tencent (เจ้าของ chat application “wechat” ที่มีชื่อเสียงของจีน) Huawei (โทรศัพท์/การสื่อสารของจีน) Qualcomm (บริษัทผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐฯ) Baidu (search engine อันดับหนึ่งของจีน และ website ที่มีผู้ใช้งานมากเป็นอันดับสี่ของโลก) Tsinghua Unigroup (บริษัทออกแบบชิปรายใหญ่สุดของจีน) ทั้งนี้ กงสุลใหญ่และผู้แทนสถานกงสุลใหญ่จากหลายประเทศ รวมไปถึง นางสาวภาวีวรรณ นรพัลลภ รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู (ในขณะนั้น) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงานดังกล่าวด้วย

แม้จะเป็นการจัดงานครั้งแรก แต่ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งจากผู้ประกอบการและผู้เข้าชม เห็นได้จากจำนวนผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยกว่า 500 บริษัท ที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมในงานมหกรรมครั้งนี้ และจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 100,000 คน/วัน นอกจากนั้น การที่ผู้บริหารสูงสุดของสามบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีน คือ BAT (Baidu–Alibaba-Tencent) ได้มาเข้าร่วมเวทีเสวนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และทิศทางของการดำเนินธุรกิจสำหรับยุค ดิจิทัลสำหรับอนาคต นับเป็นการกิจกรรมที่สร้างความน่าสนใจให้แก่งานมหกรรมเป็นอย่างมาก

ภายในงานได้รวบรวมสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเอาไว้หลากหลาย ซึ่งศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู ได้คัดเลือกนวัตกรรมบางส่วนของมหานครฉงชิ่งที่มีความน่าสนใจ รวมถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าเกษตรออนไลน์ของจีน ที่คาดว่าจะมีประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการด้านสินค้าการเกษตรของไทย ดังนี้

Black Technology” ที่น่าสนใจของมหานครฉงชิ่ง

หุ่นยนต์อัจฉริยะภายในสำนักงานสรรพากร: หุ่นยนต์อัจฉริยะขนาด 1.2 เมตร จากเขตเป่ยเป้ย รองรับการได้ยินและการมองเห็น เป็นการพัฒนาเทคโนโลยี AI + Big Data โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ สามารถวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลด้านภาษีและสรรพากร ออกแบบมาทำหน้าที่เสมือนเจ้าหน้าที่คอยให้บริการแก่ประชาชน จัดลำดับคิว ให้คำปรึกษา และคำแนะนำทางธุรกิจ

ท่องเที่ยวอู่หลงผ่านมือถือ: ครั้งแรกในมหานครฉงชิ่ง กับเทคโนโลยี IoT + การท่องเที่ยว ซึ่งเขตอู่หลงได้ร่วมมือกับบริษัท Tencent พัฒนาแพลตฟอร์มท่องเที่ยวเขตอู่หลงบนมือถือ โดยใช้จุดเด่นของเขตอู่หลงในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวได้อย่างละเอียด ผ่านแผนที่ท่องเที่ยวที่จำลองจากสถานที่จริง รวมทั้ง สามารถวางแผนการท่องเที่ยว จองที่พัก จองทัวร์ ร้านอาหาร พร้อมทั้งชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้อย่างสะดวกสบายครบวงจร

ปากกาพิมพ์ 3 มิติ กันความร้อน: ปากกาพิมพ์ 3 มิติ อุณหภูมิต่ำพิเศษ เป็นการพัฒนาต่อยอดจากปากกาพิมพ์ 3 มิติ ที่มีอยู่ ให้สามารถใช้งานได้หลากหลายและปลอดภัยมากขึ้น โดยเขตหยูเป่ยได้พัฒนาให้ปากกาแท่งนี้ เป็นปากกาพิมพ์ 3 มิติแท่งแรกที่สามารถเขียนลงบนพื้นผิววัสดุแบบใดก็ได้ รวมถึงสามารถเขียนลอย ๆ ในอากาศได้ และมีความโดดเด่นด้วยการพิมพ์ที่มีอุณหภูมิต่ำพิเศษ หรือกันความร้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

ระบบซ่อมแซมสาธารณูปโภคอัตโนมัติ: เขตเศรษฐกิจใหม่เหลี่ยงเจียง พัฒนาแพลตฟอร์มส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยเมื่อระบบสาธารณูปโภคเกิดความขัดข้องหรือมีปัญหา จะส่งสัญญาณเตือนอัตโนมัติไปยังศูนย์ควบคุม ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว หรือหากปัญหาเกินกว่าจะแก้ไขผ่านระบบได้ ก็จะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ให้ลงพื้นเพื่อเข้าซ่อมเซมได้ทันที ตัวอย่างระบบสาธารณูปโภคที่นำมาใช้ในแพลตฟอร์มนี้ เช่น ระบบประปา ระบบไฟตามท้องถนน สัญญาณไฟจราจร และฝาปิดท่อระบายน้ำ เป็นต้น

แพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าเกษตรปฐมภูมิ ผ่านตลาด E-Commerce แห่งแรกของจีน

งานมหกรรม Smart China Expo 2018 ที่ผ่านมา นอกจากจะมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยดังที่ยกตัวอย่างข้างต้นมาจัดแสดง ยังมีพิธีลงนามสัญญาความร่วมมือระหว่างกระทรวงการเกษตรของจีนและกลุ่มบริษัท CISDI จำกัด ในการพัฒนา “แพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าเกษตรปฐมภูมิออนไลน์แห่งแรกของจีน”

สำหรับโครงการพัฒนา “แพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าเกษตรปฐมภูมิออนไลน์แห่งแรกของจีน” จะมุ่งเน้นในการซื้อ-ขาย ผลผลิตทางการเกษตรแบบปฐมภูมิเป็นหลัก โดยนำโมเดลการค้ารูปแบบ O2O (Offline to Online) และโมเดล B2B (Business to Business) เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ มุ่งพัฒนาให้เป็นระบบ “หนึ่งแพลตฟอร์ม ห้าศูนย์กลาง” และสร้างความร่วมกับสถาบันการเงิน บริษัทขนส่งโลจิสติกส์ และบริษัทประกันภัยชั้นแนวหน้า เพื่อพัฒนาและออกแบบหลังบ้าน (ระบบแอดมินและการบริการอื่น ๆ) ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทั้งสองฝั่งอย่างครบวงจร

“หนึ่งแพลตฟอร์ม ห้าศูนย์กลาง” มีอะไรบ้าง?

 

“หนึ่งแพลตฟอร์ม” สร้างและพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผ่านระบบ E-Commerce ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะออกแบบให้ทันสมัย เหมาะกับยุคดิจิทัล และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าและขนส่งสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ โดยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยจับคู่คู่ค้า เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มผู้ประกอบการทางการเกษตรได้มาเจอกัน และดำเนินการธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ ตามกลไกการค้าของตลาดต่อไป ซึ่งเกษตรกรก็สามารถขายสินค้าทางการเกษตรของตนได้ และผู้ประกอบการก็สามารถซื้อสินค้าเหล่านี้เพื่อนำไปแปรรูปต่อไป

“ห้าศูนย์กลาง” ได้แก่ ศูนย์กลางทางการเงิน : มีระบบการชำระเงินในการซื้อ-ขายที่สะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัย เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคที่จะใช้จ่ายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มนี้

ศูนย์กลางข้อมูล Big Data : รวบรวมข้อมูลและพฤติกรรมการซื้อ-ขายสินค้า ของกลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้ประกอบการ โดยแปรสภาพเป็นข้อมูล Big Data เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ-ขายสินค้า ซึ่งนอกจากจะช่วยในการจับคู่คู่ค้าได้อย่างเหมาะสม ยังสามารถเข้าถึงความสนใจของแต่ละกลุ่มและแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ศูนย์กลางจัดการความเสี่ยง : ทุกธุรกิจบนโลกนี้ล้วนแต่มีความเสี่ยง หากเราสามารถควบคุมและจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นได้ จะช่วยให้ธุรกิจนั้นเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น ดังนั้น จึงใช้ระบบประกันและความคุ้มครอง เข้ามาช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ อาทิ รับผิดชอบในความล่าช้าของการขนส่ง หรือความผิดพลาดในขั้นตอนการชำระเงิน หรือคืนเงิน เป็นต้น

ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ : สินค้าทางเกษตรมีความแตกต่างจากสินค้าอื่น ๆ ตรงที่เป็นสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น ผักสด ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ ที่อาจจะต้องอยู่ในห้องเย็นโดยเฉพาะ ดังนั้น การสร้างความร่วมมือกับบริษัทขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อยกระดับระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ให้มีความรวดเร็ว และเหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้แพลตฟอร์มนี้ประสบความสำเร็จ และมีความแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น

ศูนย์กลางควบคุมราคาสินค้า : ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ยังเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การพัฒนาระบบควบคุมราคาสินค้า จะช่วยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถปรับราคาขึ้นลงได้ด้วยตัวเอง แต่ยังคงอยู่ภายใต้กรอบราคาเดียวกัน

เป้าหมายของการพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ เพื่อเป็นการขยายฐานตลาดพืชผลทางการเกษตรของจีนเป็นหลัก นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร พร้อมทั้งสามารถลดปัญหาเรื่องโดนกดราคา หรือสินค้าตกค้าง อีกทั้งยังเพิ่มช่องทางในการซื้อ-ขายและอำนวยความสะดวกในการขนส่งโลจิสติกส์ โดยเกษตรกรและผู้ประกอบการต่างก็ได้รับรายได้จากสินค้าของตัวเองมากที่สุด

จะเห็นได้ว่า มหานครฉงชิ่ง ยังคงมุ่งหน้าพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมดิจิทัล และ E-Commerce อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับและปรับปรุงรูปแบบ หรือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัย เข้ามาช่วยในการดำเนินการธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล และยุคสังคมไร้เงินสดของจีน ผู้ประกอบการไทยสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เหล่านี้ เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจ ทั้งในด้านอิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และบริการ ให้มีความทันสมัย สอดรับกับนโยบายประเทศไทย 4.0

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม