- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (Thailand Business Information Center in China) - https://thaibizchina.com -

คาดว่าจำนวนร้านค้าออนไลน์ในเมืองเซี่ยเหมินจะแตะที่ 50,000 รายในปีนี้

คาดว่าจำนวนร้านค้าออนไลน์ในเมืองเซี่ยเหมินจะแตะที่ 50,000 รายในปีนี้

จากการคาดการณ์ของ Xiamen E-commerce Association คาดว่า ในปี 2558 มูลค่าการค้าออนไลน์ในเมืองเซี่ยเหมินจะสูงถึง 350 พันล้านหยวน ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 40 และคาดว่าจำนวนลูกจ้างในธุรกิจการค้าออนไลน์จะมีจำนวนสูงถึง 150,000 ราย 

รายงานดังกล่าว เป็นรายงานข่าวฉบับแรกที่ออกโดย Xiamen E-commerce Association โดยข่าวที่เผยแพร่ออกมา ถือเป็นข่าวที่มีความสำคัญและได้รับความสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซอย่างมาก

จากการประมาณการณ์คร่าวๆ คาดว่ามูลค่าการค้าออนไลน์ในเมืองเซี่ยเหมินจนถึงสิ้นปี 2558 จะสูงถึง 250 พันล้านหยวน ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้วประมาณร้อยละ 50

ปัจจุบัน เมืองเซี่ยเหมินมีบริษัทที่จดทะเบียนก่อตั้งกิจการด้านอีคอมเมิร์ซแล้ว 37,000 บริษัท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 73 ในจำนวนนั้น มีประมาณ 20,000 บริษัท เป็นบริษัทแบบ B2B (Business to Business) [1] และประมาณ 10,000 บริษัท เป็นบริษัทแบบ B2C (Business to Customer) [2] และคาดว่าจำนวนผู้ประกอบการด้านธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมดในเมืองเซี่ยเหมินจะสูงถึง 50,000 บริษัทในปีนี้

ตามรายงานของ Ali Research เผยว่า ในปี 2557 ดัชนีการขยายตัวในธุรกิจอีคอมเมิร์ซเมืองเซี่ยเหมินสูงเป็นอันดับที่ 6 ของจีน รองจากเมืองเซินเจิ้น นครกว่างโจว กรุงปักกิ่ง เมืองหังโจว และนครเซี่ยงไฮ้

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการพัฒนาความก้าวหน้าในธุรกิจอีคอมเมิร์ซของเมืองเซี่ยเหมินคือ ปัญหาการขาดแคลนบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถขั้นสูงในด้านนี้ และปัญหาด้านระบบการขนส่งและการกระจายสินค้าที่รวดเร็วและทันสมัยเพื่อรองรับกับความต้องการในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

จนถึงปลายปี 2557 เมืองเซี่ยเหมินมีจำนวนบริษัทที่ประกอบกิจการด้านโลจิสติกส์ประมาณ 4,000 ราย และส่วนใหญ่เป็นบริษัทเล็กๆ ที่มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 5 ล้านหยวน

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

 [1] B2B (Business-to-Business) หรือ การทำธุรกิจการค้าระหว่างหน่วยงานธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจ โดย B2B เป็นรูปแบบการค้าออนไลน์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดใหญ่ที่สุดในจีน (ร้อยละ 74.6 ในปี 2557) เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยตัวอย่างธุรกิจที่ใช้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซรูปแบบ B2B ของจีนที่น่าจับตามอง ได้แก่ อาลีบาบา (阿里巴巴), Hc360 (慧聪商务网) ซึ่งในปี 2014 ที่ผ่านมาอาลีบาบามีรายได้ในตลาด B2B ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 38.9 ซึ่งถือเป็นบริษัทอันดับ 1 ที่ครองส่วนแบ่งตลาด B2B ในจีนมากที่สุด

 [2] B2C (Business-to-Consumer) หรือ การค้าจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค โดยอีคอมเมิร์ซรูปแบบ B2C ที่เป็นที่นิยมในจีน ได้แก่ Taobao.com, dianping.com, qunar.com เป็นต้น โดยปัจจุบันหลายเว็บไซด์ได้หันมาใช้กลยุทธ์การตลาดที่เรียกว่า ถวนโก้ว (Group purchase) ซึ่งเป็นรูปแบบการซื้อสินค้าหรือบริการรูปแบบหนึ่งที่เมื่อผู้บริโภครวมตัวกันเป็นกลุ่มแล้วจะมีอำนาจในการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นในราคาพิเศษ ทั้งนี้ Dianping.com เว็บไซด์บริการยอดนิยมของจีน ระบุว่า เมื่อ พ.ค. 2014 การบริโภคในรูปแบบ B2C ของ 31 มณฑล รวมทั้งเมืองระดับเทศบาลนคร ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการเติบโต ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 

* * * * * * * * * * *