ครบรอบหนึ่งปีในการประกาศใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า(Competition Ordinance)


กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเป็นกติกาทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ยอมรับในกลุ่มประเทศที่เปิดเสรีทางการค้า เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยปกป้องธุรกิจจากความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน โดยมีการจัดตั้งองค์กรอิสระคือ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (Competition Commission) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการแข่งขันทางการค้าให้เป็นไปอย่างเสรี และเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างโอกาสในการเลือกสินค้าและการบริการที่ดีมีคุณภาพด้วยราคาที่สมเหตุผลแก่ผู้บริโภคได้

กฎหมายการแข่งขันทางการค้าของฮ่องกงได้เริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว และในส่วนรัฐวิสาหกิจ สามารถทำการค้าได้อย่างเสรีแต่ต้องอยู่ภายในกรอบของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า จากการที่กฎหมายมีผลบังคับใช้มาเป็นเวลาหนึ่งปีนั้น จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้มีความก้าวหน้าอย่างมาก มีการวางรากฐานและการบังคับใช้ของกฎหมายได้มั่นคง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข่งขันได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น

ประเด็นสำคัญของกฎสามข้อ

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้วางกฎเกณฑ์สำคัญไว้สามประการเพื่อเป็นแนวทางสำหรับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ในการประยุกต์ใช้กับธุรกิจในฮ่องกงซึ่งมีประเด็นดังนี้

กฎข้อที่หนึ่ง การป้องกันพฤติกรรมการกีดกันทางการแข่งขัน (Anti-competitive agreements) หรือ การผูกขาดทางการค้าของสมาคมธุรกิจต่าง ๆ (Cartel) เช่น การกำหนดราคา (price fixing) การแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาด (sharing markets) ฮั้วการประมูล (bid rigging) และ การจำกัดผลผลิต (restricted output)

กฎข้อที่สอง การควบคุมการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ (Abuse of substantial market power) โดยมากมักจะเป็นปัญหาจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่อาศัยความมีอำนาจเหนือตลาดในการดำเนินธุรกิจซึ่งส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดเล็ก เช่น การกำหนดราคาเพื่อกำจัดคู่แข่ง เป็นต้น

กฎข้อที่สาม การห้ามมิให้มีการควบรวมกิจการ (Mergers) เพื่อลดการแข่งขันที่มีมากเกินไป ตัวอย่างเช่น การควบรวมบริษัทของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเป็นหนึ่งบริษัท ซึ่งทำให้มีการผูกขาดในเรื่องการตั้งราคา และทำให้อัตราค่าบริการโทรศัพท์ราคาค่อนข้างสูง

การบังคับใช้ของกฎหมาย (Enforcement the Ordinance)

การมีผลบังคับใช้ในปีแรกนั้น คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าได้รับคำร้องเรียน และมีข้อซักถามเกือบ 1900 กรณี ซึ่งมีปริมาณงานที่มากเกินกว่าจำนวนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบที่จำกัด จึงทำให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลได้ไม่ทั่วถึง โดยเบื้องต้นคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าได้ให้ความสำคัญอันดับแรกไปที่การร้องเรียนของปัญหาเกี่ยวข้องกับกฎข้อแรกคือเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมการกีดกันทางการแข่งขันซึ่งมีการร้องเรียนเกินกว่าร้อยละ 50 และกฎข้อที่สอง คือการควบคุมการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบมีการร้องเรียนเกินกว่าร้อยละ 20 ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อนำไปขึ้นศาลแข่งขัน (Competition Tribunal) ซึ่งศาลแข่งขันมีบทลงโทษต่าง ๆ เช่น การกำหนดค่าปรับไม่เกิน 10% ของจำนวนซื้อขายทั้งหมดในฮ่องกง การสั่งตัดสิทธิ์ของกรรมการของบริษัท

คณะกรรมการแข่งขันทางการค้ายังได้ให้ความร่วมมือกับสมาคมการค้า และสมาคมวิชาชีพ (Trade and Professional Associations) เพื่อป้องกันมิให้มีการควบคุมด้านราคา หรือ อัตราค่าธรรมเนียมในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของตลาดการค้า

การศึกษาตลาดและออกนโยบาย (Market Study and Policy Advice)

นอกเหนือจากการมีผลบังคับใช้ของกฎหมายการแข่งขันทางการค้าแล้ว คณะกรรมการการแข่งขันได้ทำการวิจัยเพื่อที่ให้นโยบายที่ออกมาเหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ อาทิ การวิเคราะห์เกี่ยวกับการฮั้วการประมูลของอาคารที่พักอาศัย และได้ออกแนวนโยบายการจัดหาผู้ผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่เหมาะสมเพื่อส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวให้กับบ้านเช่าของรัฐบาล และในปัจจุบันคณะกรรมการการแข่งขันได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่สำคัญมาก และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก

การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชน

ในช่วงปีที่ผ่านมา งานประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเพื่อสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในกฎระเบียบที่จัดขึ้นในสังคม โดยมีการจัดตั้งการประชุมใหญ่ขึ้นถึง 6 ครั้ง และการเข้าร่วมการประชุมย่อยอีก 90 ครั้งกับตัวแทนทางด้านธุรกิจจากองค์กรต่าง ๆ จาก 9000 สถาบัน ซึ่งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าของฮ่องกงได้รับรางวัลการประชาสัมพันธ์กฎหมายการแข่งขันทางการค้าทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับนานาชาติ

แนวโน้มในอนาคต

คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าต้องการวางรากฐานกฎหมายให้ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยศึกษาจากประสบการณ์ทั้งในท้องถิ่น และจากประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ออกกฎหมายออกมาเป็นแบบสากลเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก อย่างเช่นการจัดตั้งโครงการการแลกเปลี่ยนของเจ้าหน้าที่เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน Competitive Bureau ของประเทศแคนาดา

ในปัจจุบันการแสวงหาผลกำไร และความอยู่รอดของธุรกิจ ขึ้นอยู่กับกลไกการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าซึ่งเป็นเครื่องมือของรัฐที่สำคัญในการสร้างสมดุลและความเสมอภาคกับประเทศคู่ค้า เพื่อให้การดำเนินการในการป้องกันการผูกขาดทางการค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและผู้บริโภคเป็นสำคัญ ดังนั้นกฎหมายการแข่งขันทางการค้าจึงเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เขตการค้าเสรีที่จะเกิดขึ้นสำหรับการค้าขายอย่างไร้พรมแดนต่อไป

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม