สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือทางการแพทย์ไทย – กวางตุ้ง
8 Jul 2025สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือทางการแพทย์ไทย – กวางตุ้งจากแนวโน้มประชากรทั่วโลกเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้ประเด็น ‘สุขภาพ’ เป็นความท้าท้ายสำคัญและ ‘การแพทย์’ จะเป็นกุญแจที่จะไขปัญหาความท้าทายดังกล่าวได้ ความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างประเทศจึงไม่ใช่แค่ทางเลือกหนึ่ง แต่คือ ‘ความจำเป็น’ ของประเทศไทย ที่จะยกระดับและพัฒนาคุณภาพการแพทย์ของไทยให้ก้าวหน้าเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เล็งเห็นถึงศักยภาพด้านการแพทย์ของมณฑลกวางตุ้งที่มีความเชี่ยวชาญภาวะก่อนป่วย โดยเฉพาะการตรวจวินิจฉัยและการป้องกันโรค ขณะที่ ไทยมีความเชี่ยวชาญภาวะหลังป่วย โดยเฉพาะ
ด้านการรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพ ความร่วมมือทางการแพทย์และสุขภาพระหว่างมณฑลกวางตุ้งกับไทย
จึงสามารถเป็นพัฒนาการสำคัญที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยให้มีความมั่นคง และยกระดับเทคโนโลยีด้านสุขภาพ (health tech) และการแพทย์ดั้งเดิม (traditional medicine) ของไทย
เชื่อมโยง ‘ศักยภาพ’ สู่ ‘ความร่วมมือ’
นายกาจฐิติ วิวัธวานนท์ กงสุลใหญ่ ได้เข้าร่วมการประชุมส่งเสริมบริการทางการแพทย์นานาชาติและพิธีเปิดศูนย์วินิจฉัยและรักษาโรคหายาก ณ นครกว่างโจว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายให้นครกว่างโจว
กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ระดับโลก โดยภายในงานมีผู้แทนจากแวดวงการแพทย์กว่า 300 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวทางความร่วมมือ

สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงตระหนักถึงศักยภาพของมณฑลกวางตุ้งในฐานะศูนย์กลางด้านการแพทย์ของเขต
อ่าวกวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า (Guangdong – Hong Kong – Macao Greater Bay Area: GBA) โดยมณฑลกวางตุ้งมีระบบบริการทางการแพทย์และบุคลากรที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ดำเนินงานเชิงรุกเพื่อพัฒนาเครือข่ายในท้องถิ่นกับองค์กรและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำ เพื่อขยายโอกาสความร่วมมือกับไทยในหลากหลายมิติ
ลงพื้นที่ เจาะลึกความร่วมมือเชิงวิชาการและเทคโนโลยี
สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เริ่มสำรวจหน่วยงานทางการแพทย์ในพื้นที่ โดยได้เยี่ยมชมโรงพยาบาลหนานฟางแห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์จีนตอนใต้ (Nanfang Hospital of Southern Medical University) พร้อมเยี่ยมชมศูนย์การแพทย์ฮุ่ยเฉียว (Huiqiao Medical Center) ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพด้วยหุ่นยนต์ (robotic rehabilitation) ศูนย์รักษาและฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ และศูนย์ฟอกไต โดยกงสุลใหญ่ฯ เน้นย้ำถึงโอกาสการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการระหว่างโรงพยาบาลหนานฟางฯ กับโรงพยาบาลของไทย
![]() | ![]() |
| นายแพทย์ไป๋ หยาง หัวหน้าศูนย์การแพทย์ฮุ่ยเฉียวให้การต้อนรับและนำคณะฯ เยี่ยมชมพื้นที่ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ | กงสุลใหญ่ฯ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับนายเจิ้ง เหล่ยรองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลหนานฟางฯ และคณะฯ |
ต่อมา กงสุลใหญ่ฯ พร้อมด้วยทีมประเทศไทยเดินทางเยือนเกาะชีวภาพนานาชาติ นครกว่างโจว (Guangzhou International Bio-Island) โดยเยือนห้องปฏิบัติการเกาะชีวภาพ (Bioland Lab) และสถาบันหวงผู่ (Huangpu Academy) เยี่ยมชมโครงการวิจัยสำคัญ เช่น (1) โครงการพัฒนาชุดตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่ใช้เลือดเพียงหยดเดียวให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำร้อยละ 95 ทราบผลภายใน 2 ชั่วโมง โดยต้นทุนถูกกว่าการตรวจทั่วไปในปัจจุบัน 10 เท่า และ
(2) โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเซลล์ในชิป (On-Chip Micro-Incubator) เพื่อศึกษาพฤติกรรมเซลล์ และนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการแพทย์และยา โดยผู้บริหารห้องปฏิบัติการเกาะชีวภาพและสถาบันหวงผู่ (Huangpu Academy) สนใจขยายความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากร ด้านการแพทย์ และ เทคโนโลยีชีวภาพ
![]() | ![]() |
| กงสุลใหญ่ฯ หารือกับคณะผู้บริหารห้องปฏิบัติการ Bioland ผู้อำนวยการบริหารสถาบันหวงผู่ และคณะฯ | กงสุลใหญ่ฯ พร้อมด้วยทีมประเทศไทยและผู้บริหารห้องปฏิบัติการ Bioland ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก |
นอกจากนี้ กงสุลใหญ่ฯ ยังเยือนโรงพยาบาล Clifford ที่นำศาสตร์แพทย์แผนจีนมาบูรณาการกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยกงสุลใหญ่ฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์การแพทย์แผนจีนที่มีนวัตกรรมการใช้
สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) ที่สกัดจากสมุนไพรจีนเพื่อนำไปผลิตยาในรูปแบบยาแผนปัจจุบัน โดยกงสุลใหญ่ฯ เน้นย้ำโอกาสความร่วมมือทางวิชาการด้านการแพทย์แผนดั้งเดิม (Traditional Medicine) ระหว่างมหาวิทยาลัย/สถาบันวิจัยยาสมุนไพรแพทย์แผนไทย (TTM) กับมหาวิทยาลัย/สถาบันวิจัยยาแพทย์แผนจีน (CTM) โดยฝ่ายโรงพยาบาล Clifford แสดงความสนใจความร่วมมือ โดยเฉพาะการเปลี่ยนด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์กับไทย
| ![]() |
| กงสุลใหญ่ฯ เยี่ยมชมแผนกผู้ป่วยพิเศษ ศูนย์บริการลูกค้าต่างประเทศ โรงพยาบาล Clifford | กงสุลใหญ่ฯ และผู้บริหารโรงพยาบาล Clifford ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก |
ในส่วนของภาครัฐจีนกงสุลใหญ่ฯ พร้อมด้วย รองกงสุลใหญ่ กงสุล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้พบหารือ
กับสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน (CPPIT) มณฑลกวางตุ้ง และ CCPIT เมืองเซินเจิ้น เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการแพทย์และสุขภาพระหว่างภาคเอกชนไทยกับจีน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การลงทุน และการพัฒนาธุรกิจ โดยกงสุลใหญ่ฯ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านระหว่างกัน ด้วยศักยภาพของภาคเอกชนทั้งสองประเทศ การใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านการรักษาและฟื้นฟูของไทย และเทคโนโลยีนวัตกรรมทางชีวการแพทย์ด้านการป้องกันโรคของมณฑลกวางตุ้ง โดยจะสามารถเสริมสร้างและพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ที่ยั่งยืนสำหรับทั้งสองประเทศในอนาคต
นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ยังพบหารือกับภาคเอกชนด้านการแพทย์ชั้นนำของจีน โดยกงสุลใหญ่ฯ
พร้อมด้วยกงสุล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเยือน บริษัท Mindray จำกัด ซึ่งบริษัทเครื่องมือทางการแพทย์
ที่ใหญ่ที่สุดในจีนและมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น โดยได้เยี่ยมชมเทคโนโลยีเครื่องมือทางการแพทย์ประสิทธิภาพสูงของบริษัทฯ โดย กงสุลใหญ่ฯ เน้นย้ำถึงโอกาสของความร่วมมือทางวิชาการของ บริษัท Mindray กับสถาบันการแพทย์และการศึกษาของไทย โดยเฉพาะการร่วมกันศึกษาวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ สามารถมีความร่วมมือในรูปแบบ Sandbox กับโรงพยาบาลในประเทศไทยได้ด้วย
![]() | ![]() |
| กงสุลใหญ่ฯ เยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีเครื่องมือทางการแพทย์ของบริษัท Mindray จำกัด | |
ปักหมุดอนาคตการแพทย์ไทย – จีน
แนวทางความร่วมมือที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ผลักดันในครั้งนี้ สอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วมไทย – จีน
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่มุ่งเน้นความร่วมมือรอบด้าน รวมถึงด้านการแพทย์และสุขภาพ โดยเฉพาะด้าน ‘ความมั่นคงทางสุขภาพ เทคโนโลยีสุขภาพ และการแพทย์ดั้งเดิม’ โดยไทยสามารถต่อยอดในมิติ (1) เสริมความมั่นคงทางสุขภาพ เช่น การดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตอุปกรณ์แพทย์ และระบบเวชสารสนเทศ (2) พัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพ เช่น การแพทย์จีโนมิกส์ชีวเวชภัณฑ์ และการแพทย์ทางไกล และ (3) การแพทย์ดั้งเดิม ผ่านความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนาสมุนไพร เป็นต้น
สถานกงสุลใหญ่ฯ มุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการแพทย์และสุขภาพ โดยมีแผนจัดการประชุมสัมมนา
ด้านความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างไทยกับมณฑลกวางตุ้ง โดยมุ่งเน้นความร่วมมือด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัย
การส่งเสริมการลงทุนในไทย และสัมมนาจับคู่ธุรกิจของภาคเอกชน รวมทั้งความร่วมมือด้านการแพทย์ดั้งเดิม
โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ มุ่งหวังที่จะสร้างความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างไทยกับมณฑลกวางตุ้ง ครอบคลุมตั้งแต่
การวิจัย การพัฒนาบุคลากร สารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) ปัญญาประดิษฐ์
เชิงการแพทย์ ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว
พฤษภาคม 2568







