จาก “จดหมายรักถึงอาม่า” สู่เศรษฐกิจแมลงสาบเหลียงซาน: โอกาสใหม่ของไทยในห่วงโซ่สมุนไพร–ชีวเวชภัณฑ์จีน

29 May 2026

ภาพยนตร์จีนเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” (Dear You) หรือ《给阿嬷的情书》 กำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมในจีน ไม่เพียงเพราะพลังของเรื่องเล่าเกี่ยวกับครอบครัว ชาวจีนโพ้นทะเล และความผูกพันระหว่างรุ่น แต่ยังเพราะรายละเอียดเล็ก ๆ ในภาพยนตร์ได้จุดกระแสสนทนาใหม่เกี่ยวกับภูมิปัญญาพื้นบ้านและอุตสาหกรรมสมุนไพรจีนสมัยใหม่ หนึ่งในประโยคที่ถูกพูดถึงมากคือคำกล่าวถึง “การต้มแมลงสาบดื่มแก้ท้องอืด” ซึ่งในบริบทของภาพยนตร์สะท้อนภาพจำของภูมิปัญญาชาวบ้านในแถบหลิ่งหนานและจีนตอนใต้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียง “ตำรับพื้นบ้าน” ในภาพยนตร์ กลับเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริงขนาดใหญ่ใน เขตปกครองตนเองชนชาติอี๋เหลียงซาน มณฑลเสฉวน โดยเฉพาะในเมืองซีชาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานเพาะเลี้ยงแมลงสาบอเมริกันเชิงอุตสาหกรรมของบริษัท Good Doctor Group หรือ 好医生集团 ฐานดังกล่าวทำให้ “แมลงสาบ” ไม่ได้เป็นเพียงแมลงที่ผู้คนรังเกียจ แต่กลายเป็นวัตถุดิบในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยาแผนจีนสมัยใหม่ที่มีระบบควบคุมคุณภาพ การวิจัย และการผลิตในระดับโรงงาน

สำหรับไทย ประเด็นนี้มีความน่าสนใจในเชิงเศรษฐกิจมากกว่าความแปลกใหม่ เพราะสะท้อนแนวโน้มสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การยกระดับภูมิปัญญาพื้นบ้านให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง การพัฒนาอุตสาหกรรมแมลงและชีวทรัพยากรอย่างเป็นระบบ และโอกาสความร่วมมือไทย–จีนในด้านสมุนไพร การแพทย์ทางเลือก อาหารฟังก์ชัน (Functional Foods) และเศรษฐกิจชีวภาพ

ภาพยนตร์: จากหนังท้องถิ่นภาษาแต้จิ๋วสู่กระแสระดับประเทศ

“จดหมายรักถึงอาม่า” หรือ Dear You เป็นภาพยนตร์ภาษาถิ่นแต้จิ๋ว ผลงานของผู้กำกับ หลาน หงชุน (Lan Hongchun) ซึ่งเป็นผู้กำกับที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดชีวิตผู้คน วัฒนธรรมท้องถิ่น และความสัมพันธ์ในครอบครัวในพื้นที่แต้จิ๋ว–ซัวเถาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ หลาน หงชุน เคยสร้างภาพยนตร์ที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมแต้จิ๋วมาแล้ว เช่น “Dad, I Will Succeed – 爸,我一定行的 และ “Back to Love – 带你去见我妈 ทำให้ “จดหมายรักถึงอาม่า” ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญในแนวทางที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ภาพยนตร์ท้องถิ่นนิยม” ของจีนร่วมสมัย

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการใช้ภาษาถิ่นแต้จิ๋วเป็นภาษาหลักในการดำเนินเรื่อง ซึ่งในทางการตลาดถือเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง เพราะผู้ชมจำนวนมากในจีนอาจไม่คุ้นเคยกับภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์กลับสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาได้ด้วยพลังของเรื่องเล่าเกี่ยวกับครอบครัว ความทรงจำ การพลัดพราก และความผูกพันระหว่างคนรุ่นก่อน (รุ่นอาม่า อากง) กับคนรุ่นหลัง (รุ่นลูก หลาน) โดยเฉพาะภาพของ “อาม่า” ซึ่งเป็นตัวแทนของความรัก ความอดทน และการรอคอยของครอบครัวชาวจีนโพ้นทะเล

เนื้อหาของภาพยนตร์ยังเชื่อมโยงกับประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ของชาวจีนตอนใต้ที่เดินทางไปตั้งถิ่นฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกว่า “Away to the South Seas (下南洋)” ประเด็นนี้ทำให้ภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งครอบครัว แต่สะท้อนความทรงจำร่วมของชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมาก ทั้งในด้านการอพยพ การทำมาหากิน การส่งเงินกลับบ้าน การรักษาความสัมพันธ์กับบ้านเกิด และการคงไว้ซึ่งรากเหง้าทางวัฒนธรรม

กระแสความนิยมของภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่ได้เกิดจากทุนสร้างขนาดใหญ่หรือการตลาดเชิงพาณิชย์แบบภาพยนตร์กระแสหลักเท่านั้น แต่เกิดจาก “ปากต่อปาก” ของผู้ชมที่รู้สึกว่าภาพยนตร์มีความจริงใจและเข้าถึงอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ผู้ชมจำนวนมากสะท้อนว่า แม้จะไม่ใช่คนแต้จิ๋วหรือไม่เข้าใจภาษาถิ่นโดยตรง แต่สามารถรับรู้ความรู้สึกของตัวละครได้ผ่านรายละเอียดในชีวิตประจำวัน อาหาร สิ่งของในบ้าน จดหมาย และบทสนทนาในครอบครัว

ในเชิงเศรษฐกิจวัฒนธรรม ความสำเร็จของ “จดหมายรักถึงอาม่า” แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ท้องถิ่นยังมีพื้นที่ในตลาดจีน หากสามารถนำเสนอเรื่องราวที่มีความเป็นสากลทางอารมณ์ กล่าวคือ แม้ฉากหลังจะเป็นพื้นที่เฉพาะ วัฒนธรรมเฉพาะ และภาษาถิ่นเฉพาะ แต่แก่นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก ความทรงจำ และการรอคอย เป็นสิ่งที่ผู้ชมทั่วประเทศสามารถเข้าถึงได้

นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อเนื่องไปยังสินค้าและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ปรากฏในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นมะกอกจีน ผลยูกาน ดอกงิ้ว ขนมพื้นเมือง อาหารท้องถิ่น หรือแม้แต่ภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่าง “แมลงสาบต้มยา” สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ชมเกิดความสนใจต่อวัฒนธรรมแต้จิ๋วและภูมิปัญญาจีนตอนใต้มากขึ้น ภาพยนตร์จึงทำหน้าที่เป็นทั้งสินค้าเชิงวัฒนธรรมและเครื่องมือสร้างอุปสงค์ใหม่ให้กับสินค้าเกษตร สมุนไพร อาหารพื้นถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์จีน คือการนำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นฐานในการผลิตคอนเทนต์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ภาพยนตร์ไม่เพียงสร้างรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศ แต่ยังช่วยขยายมูลค่าของอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นความสนใจต่อผลิตภัณฑ์พื้นเมือง และเชื่อมโยงอุตสาหกรรมบันเทิงเข้ากับอุตสาหกรรมสุขภาพ สมุนไพร และการท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ

ภาพยนตร์จีนเรื่อง “จดหมายรักถึงอาม่า” (Dear You) ฉายในจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 โดยเริ่มฉายในบางพื้นที่ เช่น กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และมณฑลกวางตุ้ง ก่อนจะขยายเป็นการฉายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ผู้จัดจำหน่ายได้ประกาศขยายระยะเวลาฉายออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สะท้อนกระแสตอบรับที่ยังคงแข็งแรง และข้อมูลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ภาพยนตร์ดังกล่าวทำรายได้สะสมแล้ว 1,237 ล้านหยวน (182.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และได้รับคะแนนจากแพลตฟอร์ม Maoyan สูงถึง 9.7 คะแนน ภาพยนตร์ดังกล่าวได้ขยายการฉายจากบางพื้นที่ไปสู่การฉายทั่วประเทศจีน โดยจากข้อมูลของสำนักงานภาพยนตร์แห่งชาติจีน ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2568 จีนมีโรงภาพยนตร์ที่เปิดดำเนินการรวม 15,438 แห่ง ซึ่งสะท้อนขนาดของตลาดภาพยนตร์จีนที่รองรับการขยายตัวของภาพยนตร์กระแสปากต่อปากได้อย่างกว้างขวาง ส่วนกำหนดฉายในต่างประเทศนั้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 18 มิถุนายน 2569

อุตสาหกรรมแมลงสาบในเหลียงซาน: จากภาพจำเชิงลบสู่ห่วงโซ่ยาแผนจีนสมัยใหม่

คำว่า “แมลงสาบ” โดยทั่วไปมักสร้างภาพจำด้านลบในสังคม เพราะเชื่อมโยงกับความสกปรก เชื้อโรค และสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อย่างไรก็ตาม ในบริบทของการแพทย์แผนจีน แมลงสาบหรือ เฟ่ยเหลียน蜚蠊 (Blattodea) มีประวัติการใช้เป็นวัตถุดิบยามาอย่างยาวนาน โดยตำรับแพทย์จีนดั้งเดิมมองว่า แมลงสาบ (Blattodea) มีสรรพคุณด้านการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการบวม ขับพิษ และช่วยสมานแผลบางประเภท

สิ่งที่เกิดขึ้นในเขตปกครองตนเองชนชาติอี๋เหลียงซาน มณฑลเสฉวน คือการเปลี่ยนภูมิปัญญาเก่าแก่ดังกล่าวให้กลายเป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะฐานเพาะเลี้ยงแมลงสาบอเมริกันของบริษัท Good Doctor Group หรือ 好医生集团 ในเมืองซีชาง ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการนำวัตถุดิบจากสัตว์และแมลงเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมยาแผนจีนสมัยใหม่อย่างเป็นระบบ

สายพันธุ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่แมลงสาบบ้านทั่วไป แต่เป็น แมลงสาบอเมริกัน หรือ Periplaneta americana ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ถูกคัดเลือกและเพาะเลี้ยงภายใต้ระบบควบคุมคุณภาพเฉพาะ ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่แหล่งที่มา วิธีการเลี้ยง สภาพแวดล้อม กระบวนการเก็บเกี่ยว และการแปรรูป ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่สามารถตรวจสอบได้

ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำที่สำคัญคือ คังฟู่ซินเย่ หรือ 康复新液 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยาแผนจีนสมัยใหม่ที่ผลิตจากสารสกัดของแมลงสาบอเมริกัน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้ในจีนในบริบททางการแพทย์บางประการ เช่น การดูแลแผล เยื่อบุ ระบบทางเดินอาหาร หรือการฟื้นฟูเนื้อเยื่อตามข้อบ่งใช้ของยา ประเด็นสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เกิดจากการนำแมลงสาบมาต้มกินโดยตรง แต่เกิดจากกระบวนการสกัดและผลิตภายใต้มาตรฐานยา

ดังนั้น กระแส 蟑螂煮水 หรือ “แมลงสาบต้มยา” จากภาพยนตร์จึงควรถูกทำความเข้าใจในสองระดับ ระดับแรกคือบริบททางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและความเชื่อดั้งเดิมของผู้คนในบางพื้นที่ ระดับที่สองคือบริบทอุตสาหกรรมยาแผนจีนสมัยใหม่ ซึ่งต้องอาศัยมาตรฐานการเลี้ยง การวิจัย การควบคุมคุณภาพ และการผลิตที่ปลอดภัย

กรณีของ Good Doctor ยังแสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมแมลงสาบไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตยาเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สิทธิบัตร เทคโนโลยีชีวภาพ การท่องเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม และการสื่อสารสาธารณะ บริษัทได้พัฒนาฐานของตนให้เป็นพื้นที่ให้ความรู้และแหล่งท่องเที่ยวระดับ 3A เพื่ออธิบายคุณค่าทางยาและลดอคติของสังคมต่อแมลงสาบ ถือเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนภาพจำเชิงลบให้กลายเป็นทุนทางเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์

นัยทางเศรษฐกิจ: ทำไมอุตสาหกรรมนี้จึงสำคัญ ?

อุตสาหกรรมแมลงสาบในเหลียงซานมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเปลี่ยนทรัพยากรที่สังคมมองข้ามให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ภายใต้ระบบเศรษฐกิจชีวภาพและอุตสาหกรรมสุขภาพของจีน สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็น “แมลงรบกวน” ถูกยกระดับให้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยา ผ่านการวิจัย การควบคุมคุณภาพ และการสร้างมาตรฐานการผลิต

ความสำคัญประการแรก คือการสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานทรัพยากรท้องถิ่น เหลียงซานเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และภูมิประเทศเฉพาะตัว การมีอุตสาหกรรมเฉพาะทางเช่นนี้ช่วยให้พื้นที่สามารถสร้างจุดเด่นทางเศรษฐกิจของตนเอง ไม่จำเป็นต้องแข่งขันเฉพาะในอุตสาหกรรมกระแสหลัก เช่น การผลิตทั่วไปหรือเกษตรดั้งเดิม แต่สามารถสร้างห่วงโซ่มูลค่าใหม่จากทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาการแพทย์จีน

ความสำคัญประการที่สอง คือการเชื่อมโยงระหว่างแพทย์แผนจีนกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จีนกำลังพยายามยกระดับยาแผนจีนให้มีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น ทั้งในด้านวัตถุดิบ การผลิต การควบคุมคุณภาพ และการวิจัยประสิทธิผล กรณีแมลงสาบอเมริกันแสดงให้เห็นว่า ตำรับดั้งเดิมสามารถถูกนำมาศึกษาเชิงลึก แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยา และเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ได้ หากมีระบบวิจัยและกำกับดูแลรองรับ

ความสำคัญประการที่สาม คือการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ต้นน้ำคือการเพาะเลี้ยงแมลงสาบอเมริกันภายใต้ระบบควบคุมคุณภาพ กลางน้ำคือการสกัดสารสำคัญและการผลิตวัตถุดิบยา ส่วนปลายน้ำคือผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สามารถจำหน่ายในตลาดได้ ห่วงโซ่นี้ก่อให้เกิดการจ้างงาน การลงทุนด้านเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และรายได้ให้กับท้องถิ่น

ความสำคัญประการที่สี่ คือการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาและความสามารถในการแข่งขัน อุตสาหกรรมที่อาศัยเพียงการขายวัตถุดิบมักมีมูลค่าเพิ่มจำกัด แต่หากสามารถพัฒนากระบวนการเลี้ยง สูตรอาหาร ระบบควบคุมคุณภาพ เทคโนโลยีสกัด และผลิตภัณฑ์ปลายน้ำจนเกิดสิทธิบัตรหรือองค์ความรู้เฉพาะ จะทำให้บริษัทและพื้นที่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว

ความสำคัญประการที่ห้า คือการเปลี่ยนภาพจำทางสังคมให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ แมลงสาบเป็นตัวอย่างที่ท้าทายมาก เพราะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองในเชิงลบ การที่บริษัทสามารถสื่อสารให้สังคมเข้าใจความแตกต่างระหว่างแมลงสาบบ้านกับแมลงสาบยา ระหว่างการต้มกินเองกับการผลิตภายใต้มาตรฐานยา ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างตลาดและความเชื่อมั่น นอกจากนี้ กรณีนี้ยังสะท้อนบทบาทของ “คอนเทนต์” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ภาพยนตร์ “จดหมายรักถึงอาม่า” ไม่ได้มีจุดประสงค์โดยตรงเพื่อโฆษณาอุตสาหกรรมแมลงสาบ แต่รายละเอียดในเรื่องกลับทำให้ผู้ชมจำนวนมากหันมาสนใจคำถามว่า “แมลงสาบเป็นยาได้จริงหรือไม่” ความสนใจดังกล่าวทำให้เรื่องราวของฐานเพาะเลี้ยงในเหลียงซานและผลิตภัณฑ์จากแมลงสาบอเมริกันถูกพูดถึงมากขึ้น นี่คือพลังของเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่สามารถกระตุ้นความสนใจต่ออุตสาหกรรมเฉพาะทางได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้การตลาดแบบตรง

โอกาสของไทย: จากสมุนไพรไทยสู่อุตสาหกรรมชีวภาพมูลค่าสูง

สำหรับไทย กรณีอุตสาหกรรมแมลงสาบในเหลียงซานมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไทยเองมีจุดแข็งด้านทรัพยากรชีวภาพ สมุนไพร อาหารพื้นถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน และอุตสาหกรรมสุขภาพอยู่แล้ว ประเทศไทยมีสมุนไพรที่เป็นที่รู้จักจำนวนมาก เช่น ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร กระชายดำ ไพล (พืชชนิดหนึ่งในตระกูลขิง) บัวบก มะขามป้อม และสมุนไพรท้องถิ่นอีกหลากหลายชนิด แต่โจทย์สำคัญคือจะยกระดับทรัพยากรเหล่านี้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่แข่งขันได้ในตลาดสากลอย่างไร ?

บทเรียนจากเหลียงซานชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยงตามมาตรฐาน การวิจัยสารสำคัญ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การควบคุมคุณภาพ การขึ้นทะเบียน การตลาด และการสื่อสารกับผู้บริโภค หากไทยต้องการผลักดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดมูลค่าสูง จำเป็นต้องพัฒนาทั้งห่วงโซ่เช่นเดียวกัน

โอกาสแรกของไทยคือการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับ ตลาดจีนให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารฟังก์ชัน และการแพทย์ทางเลือกมากขึ้น ไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านสมุนไพรและภาพลักษณ์ด้านสุขภาพเชิงธรรมชาติเป็นฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดจีน แต่ต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย เอกสารวิชาการ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของจีนอย่างรอบคอบ

โอกาสที่สองคือการพัฒนาแมลงเศรษฐกิจและโปรตีนทางเลือก ไทยมีศักยภาพในด้านการเลี้ยงแมลง เช่น จิ้งหรีด หนอนไหม และแมลงที่ใช้ในอาหารสัตว์หรือโปรตีนทางเลือกอยู่แล้ว หากนำบทเรียนจากจีนมาประยุกต์ใช้ ไทยอาจพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงแมลงที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ไม่เพียงเพื่อการบริโภคโดยตรง แต่รวมถึงการใช้เป็นวัตถุดิบในอาหารสัตว์ สารสกัดชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในอนาคต

โอกาสที่สามคือความร่วมมือวิจัยไทย–จีนด้านชีวเวชภัณฑ์และสมุนไพร จีนมีความเชี่ยวชาญด้านการยกระดับตำรับดั้งเดิมเข้าสู่อุตสาหกรรมยาแผนจีนสมัยใหม่ ขณะที่ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพและสมุนไพรเขตร้อน การจับคู่ระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล หน่วยงานกำกับดูแล และภาคเอกชนของสองประเทศ อาจนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีศักยภาพทั้งในตลาดไทย จีน และประเทศที่สาม

โอกาสที่สี่คือการใช้วัฒนธรรมและสื่อบันเทิงเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม กรณี “จดหมายรักถึงอาม่า” แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์สามารถทำให้ผู้ชมสนใจสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างทรงพลัง ไทยมีวัฒนธรรมอาหาร สมุนไพร วิถีชุมชน และภูมิภาคที่หลากหลาย หากสามารถนำเสนอผ่านภาพยนตร์ ซีรีส์ สารคดี หรือคอนเทนต์ดิจิทัลอย่างมีคุณภาพ ก็อาจช่วยยกระดับสินค้าไทยและสร้างความต้องการในตลาดต่างประเทศได้

โอกาสที่ห้าคือการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชีวภาพกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไทยมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบริการ Wellness อยู่แล้ว หากผสานสมุนไพรไทย อาหารสุขภาพ การแพทย์แผนไทย และนวัตกรรมชีวภาพเข้ากับการท่องเที่ยว จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่าเพียงการขายวัตถุดิบ เช่น เส้นทางท่องเที่ยวสมุนไพร ศูนย์เรียนรู้แพทย์แผนไทย ผลิตภัณฑ์สุขภาพเฉพาะถิ่น และกิจกรรมเชิงประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยวจีน

อย่างไรก็ตาม ไทยควรเรียนรู้จากกรณีแมลงสาบเหลียงซานด้วยความระมัดระวัง กล่าวคือ การยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นต้องไม่ละเลยหลักวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของข้อมูล การสื่อสารกับผู้บริโภคต้องชัดเจนว่าอะไรคือภูมิปัญญาดั้งเดิม อะไรคือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน และอะไรไม่ควรนำไปใช้เองโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

จากประโยคสั้น ๆ ในภาพยนตร์ “จดหมายรักถึงอาม่า” เรื่อง “แมลงสาบต้มยา” ได้เปิดประตูให้ผู้ชมจำนวนมากมองเห็นอีกด้านหนึ่งของเศรษฐกิจจีน นั่นคือความสามารถในการเปลี่ยนภูมิปัญญาชาวบ้านให้เป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ผ่านมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ การวิจัย และการสื่อสารสาธารณะ

อุตสาหกรรมแมลงสาบในเหลียงซานจึงไม่ใช่เพียงเรื่องแปลกหรือข่าวไวรัล แต่เป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจชีวภาพที่ผสานวัฒนธรรม การแพทย์แผนจีน เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง และอุตสาหกรรมยาเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

สำหรับไทย บทเรียนสำคัญคือ การสร้างมูลค่าจากทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่อาจอาศัยเพียง “เรื่องเล่า” หรือ “ความเชื่อ” เท่านั้น แต่ต้องต่อยอดด้วยมาตรฐาน ความปลอดภัย งานวิจัย และการตลาดเชิงวัฒนธรรม หากไทยสามารถเชื่อมโยงจุดแข็งด้านสมุนไพร อาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกันได้ ก็อาจสร้าง “อุตสาหกรรมเฉพาะทาง” ที่มีมูลค่าสูงและแข่งขันได้ในตลาดจีนและตลาดโลก เช่นเดียวกับที่เหลียงซานกำลังทำให้แมลงสาบกลายเป็นวัตถุดิบเศรษฐกิจที่ผู้คนต้องหันกลับมามองใหม่

เขียนและเรียบเรียงโดยนายพรชัย ใจแก้ว
ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู

ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ 29 พฤษภาคม 2569

1. https://sichuan.scol.com.cn/ggxw/202605/83259059.html

2. https://export.shobserver.com/baijiahao/html/1119589.html

3. https://www.peopleapp.com/column/30052186622-500007503475

4. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1865852431003406902&wfr=spider&for=pc

5. https://baijiahao.baidu.com/s?id=1865753848038207373&wfr=spider&for=pc

6. https://mp.weixin.qq.com/s?__biz=MzA5MzE3MzMwNg==&mid=2650525952&idx=2&sn=66c25e2423fe96535d9d5c821a444310&chksm=894260ecc06adbab4d9af120edc5eb4ad74b553f432293a74348b0ed38f12c180e91d9f6ccb1&scene=27

ที่มารูปภาพ:

1. https://sichuan.scol.com.cn/ggxw/202605/83259059.html

2. https://m.maoyan.com/asgard/information/19730576

3. https://export.shobserver.com/baijiahao/html/1119589.html

4.https://mp.weixin.qq.com/s?__biz=MzA5MzE3MzMwNg==&mid=2650525952&idx=2&sn=66c25e2423fe96535d9d5c821a444310&chksm=894260ecc06adbab4d9af120edc5eb4ad74b553f432293a74348b0ed38f12c180e91d9f6ccb1&scene=27

จดหมายรักถึงอาม่าแมลงสาบ

Chengdu_editor

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน