ไทยศึกษาโอกาสจากโมเดลเสฉวน: อำเภอฟู่ซุ่นเปลี่ยนฟางข้าวและเศษพืชเป็นทรัพยากร สร้างมูลค่าการใช้ประโยชน์เกิน 95%

14 May 2026

ช่วงปลายเดือนเมษายน การประชุมภาคสนามว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวและเศษพืชอย่างรอบด้านของเมืองจื้อก้ง มณฑลเสฉวน ได้จัดขึ้นที่อำเภอฟู่ซุ่น โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ลงพื้นที่สังเกตการณ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีของอำเภอฟู่ซุ่นในการใช้ทรัพยากรฟางข้าวและเศษพืชอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติการแปรรูปเป็นทรัพยากร การพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวและเศษพืชของทั้งเมืองให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมประชุมได้เดินทางไปยังบริษัท Chenglong Biotechnology Co., Ltd. ในตำบลป่านเฉียว อำเภอฟู่ซุ่น เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบรวบรวม จัดเก็บ และขนส่งฟางข้าวและเศษพืช รูปแบบการใช้ประโยชน์ รวมถึงกลไกสนับสนุนเชิงนโยบายและเงินอุดหนุน ผู้เข้าร่วมประชุมได้เยี่ยมชม รับฟัง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแสดงความชื่นชมต่อแนวทางของอำเภอฟู่ซุ่นที่ใช้มาตรการควบคู่กันระหว่างการป้องกันการเผาและการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ โดยยึดหลัก “ใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ” ทำให้ฟางข้าวและเศษพืชกลายเป็นทรัพยากร สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร

ในฐานะอำเภอเกษตรกรรมสำคัญ ฟู่ซุ่นมีปริมาณทรัพยากรฟางข้าวและเศษพืชจากพืชเศรษฐกิจหลักประมาณ 540,000 ตัน และสามารถรวบรวมอย่างเป็นระบบได้ประมาณ 450,000 ตัน ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ท้องถิ่นได้ดำเนินการบริหารจัดการแบบมีบัญชีข้อมูลและผลักดันงานแบบวงจรปิด สร้างระบบบริหารจัดการแบบเครือข่าย 3 ระดับ ได้แก่ ระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน พร้อมบูรณาการงบประมาณโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการสร้างระบบรวบรวม จัดเก็บ และขนส่ง รวมถึงการบ่มเพาะหน่วยงานต้นแบบ

ปัจจุบัน อำเภอฟู่ซุ่นใช้ประโยชน์จากฟางข้าวและเศษพืชจริงแล้ว 427,000 ตัน โดยมีอัตราการใช้ประโยชน์โดยรวมคงที่สูงกว่า 95% แบ่งเป็นการใช้เป็นปุ๋ย 62.18% การใช้เป็นเชื้อเพลิง 28.37%การใช้เป็นอาหารสัตว์ 7.9% และการใช้เป็นวัสดุเพาะปลูกหรือวัตถุดิบอื่น ๆ รวม 1.55% โดยอำเภอฟู่ซุ่นมุ่งเสริมความแข็งแกร่งด้านการใช้เป็นปุ๋ย โดยส่งเสริมการบดสับแล้วไถกลบคืนสู่แปลงเกษตรครอบคลุมพื้นที่ กว่า 341,700 ไร่ และสนับสนุนโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีกำลังผลิตปีละ 40,000 ตัน ด้านอาหารสัตว์มีการส่งเสริมเทคโนโลยีหมักเขียว หมักเหลือง และแอมโมเนีย ทำให้สามารถเปลี่ยนฟางข้าวและเศษพืชเป็นอาหารสัตว์ได้ปีละ 40,000 ตัน ด้านเชื้อเพลิง มีการพัฒนาผู้ประกอบการรวบรวมและจัดเก็บขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถรวบรวมและใช้ประโยชน์ฟางข้าวและเศษพืชได้ปีละ 80,000 ตัน ขณะเดียวกันยังเร่งเติมเต็มจุดอ่อนด้านการใช้เป็นวัสดุเพาะปลูกและวัตถุดิบ เพื่อขยายห่วงโซ่อุตสาหกรรมและเพิ่มมูลค่าเพิ่ม

นอกจากนี้ อำเภอฟู่ซุ่นยังนำทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งานกลับมาใช้ประโยชน์ โดยจัดตั้งจุดกองเก็บในทุกหมู่บ้าน และสร้างสถานีรวบรวมและจัดเก็บในระดับตำบล พร้อมให้เงินอุดหนุนด้านการขนส่งและการรับซื้อ จัดตั้งทีมขนส่งเฉพาะทาง และส่งเสริมรูปแบบการแลกฟางข้าวและเศษพืชเป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตรหรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อแก้ปัญหา “ช่วงสุดท้าย” ของการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวและเศษพืชอย่างรอบด้าน ทำให้สามารถรวบรวมได้จริง จัดเก็บได้อย่างปลอดภัย และนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะต่อไป อำเภอฟู่ซุ่นจะเดินหน้าปรับปรุงกลไก ขยายช่องทาง และพัฒนาห่วงโซ่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรฟางข้าวและเศษพืช และสร้างผลประโยชน์ร่วมกันทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

ศูนย์ BIC Chengdu เล็งเห็นว่า โมเดลดังกล่าวจะมีประโยชน์และเป็นโอกาสต่อไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในบริบทที่ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมาก เช่นฟางข้าว ซังข้าวโพด ใบอ้อย และเศษพืชจากพืชเศรษฐกิจหลัก โมเดลของอำเภอฟู่ซุ่นสะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาการเผาในที่โล่งและฝุ่น PM2.5 ไม่ควรพึ่งพามาตรการห้ามหรือควบคุมเพียงอย่างเดียวแต่ต้องสร้าง “ระบบเศรษฐกิจของวัสดุเหลือใช้” ให้ครบวงจร ตั้งแต่การรวบรวม การขนส่ง การจัดเก็บ การแปรรูป ไปจนถึงตลาดปลายทาง

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับความท้าทายของไทยในหลายพื้นที่ ซึ่งเกษตรกรจำนวนมากยังขาดแรงจูงใจ ต้นทุนโลจิสติกส์สูง และไม่มีผู้รับซื้อที่มั่นคง หากไทยศึกษาแนวทางของอำเภอฟู่ซุ่น อาจนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดตั้งศูนย์รวบรวมเศษวัสดุเกษตรระดับตำบลหรืออำเภอ สนับสนุนเงินอุดหนุนค่าขนส่งและค่ารับซื้อ ส่งเสริมการแลกเศษวัสดุเกษตรกับปุ๋ยอินทรีย์หรือปัจจัยการผลิต และพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ อาหารสัตว์ พลังงานชีวมวล วัสดุเพาะเห็ด วัสดุก่อสร้างชีวภาพ และบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาหมอกควัน และสนับสนุนเป้าหมายเศรษฐกิจ BCG ของไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถใช้โอกาสนี้ส่งเสริมความร่วมมือกับมณฑลเสฉวนในด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร เครื่องจักรแปรรูปชีวมวล ระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนร่วมในอุตสาหกรรมเกษตรสีเขียว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับบริษัทท้องถิ่นของจีนที่มีประสบการณ์ด้านการแปรรูปฟางข้าวและเศษพืช ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่โครงการนำร่องในจังหวัดเกษตรกรรมของไทยและช่วยผลักดันความร่วมมือไทย–จีนด้านเกษตรยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน และการพัฒนาสีเขียวให้เกิดผลเชิงปฏิบัติได้มากขึ้น

ที่มาข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ 13 พฤษภาคม 2569

1. https://scnews.newssc.org/system/20260423/001607182.html

ที่มารูปภาพ:

1. 699pic.com

อำเภอฟู่ซุ่น

Chengdu_editor

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น

BACK TO TOP

กลับขึ้นด้านบน