มณฑลกุ้ยโจวประกาศแผนสามปีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมมัตจะคุณภาพสูง
8 May 2026เมื่อเดือนเมษายน 2569 หน่วยงานต่าง ๆ ของมณฑลกุ้ยโจว ได้แก่ กรมเกษตรและชนบท กรมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมพาณิชย์ กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และสำนักงานกำกับดูแลตลาด ร่วมกันประกาศ “แผนปฏิบัติงานสามปีเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมมัตจะ (Matcha) คุณภาพสูงของมณฑลกุ้ยโจว (ปี 2569-2571)” โดยตั้งเป้าภายในปี 2571 มณฑลกุ้ยโจวจะมีพื้นที่เพาะปลูกมัตจะเพิ่มขึ้นโดยมีจำนวนมากกว่า 200,000 หมู่ (83,333 ไร่) สายการผลิตมัตจะไม่น้อยกว่า 10 สาย สายการผลิตใบชาต้นทางของมัตจะ (ใบชาเขียวที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเฉพาะ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับบดทำมัตจะ) มากกว่า 300 สาย ผลผลิตมัตจะมากกว่า 8,000 ตัน มูลค่าการผลิตรวมกว่า 8,000 ล้านหยวน และพัฒนาบริษัทมัตจะระดับมูลค่าพันล้านหยวนจำนวน 1 แห่ง
แผนพัฒนาอุตสาหกรรมมัตจะของมณฑลกุ้ยโจวฉบับดังกล่าวได้วางแนวทางหลักเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ การขยายขนาดการผลิต การยกระดับคุณภาพ การขยายตลาด และการสร้างแบรนด์ โดยกำหนดภารกิจหลักไว้ 5 ประการ ดังนี้
1. การเพิ่มกำลังการผลิต โดยการสร้างพื้นที่เพาะปลูกมัตจะที่ได้มาตรฐาน การขยายกำลังการแปรรูปใบชาต้นทางของมัตจะ และภายในปี 2571 จะมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับมัตจะที่มีรายได้เกินกว่า 20 ล้านหยวนมากกว่า 20 แห่ง
2. การยกระดับคุณภาพ โดยพัฒนาสายพันธุ์มัตจะคุณภาพดี 2–3 พันธุ์ เพิ่มกำลังการผลิตต้นกล้าพันธุ์ดี 10 ล้านต้นต่อปี ใช้ระบบควบคุมศัตรูพืชแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั่วทุกพื้นที่ เพิ่มผลผลิตต่อหมู่มากกว่าร้อยละ 20 สร้างฐานสาธิตมัตจะที่ได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) มากกว่า 40 แห่ง และสวนมัตจะระบบดิจิทัลมากกว่า 50,000 หมู่ (20,833 ไร่)
3. การขยายตลาด โดยจะจัดส่งผู้ประกอบการออกงานแสดงสินค้าต่างประเทศทุกปี และภายในปี 2571 จะจัดตั้งศูนย์จำหน่ายมัตจะในต่างประเทศมากกว่า 5 แห่ง มูลค่าการส่งออกมัตจะเติบโตเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 20 ต่อปี และเปิดจุดประชาสัมพันธ์มัตจะในจีนมากกว่า 300 จุด
4. การสร้างแบรนด์ โดยจะพัฒนาแบรนด์บริษัทอย่างน้อย 5 แบรนด์ และแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมัตจะมากกว่า 10 แบรนด์
5. การพัฒนาแบบบูรณาการ เช่น การส่งเสริมโครงการ “มัตจะ+การท่องเที่ยว” และ “มัตจะ+การกีฬา” รวมถึงการสร้างตำบลมัตจะหรือย่านมัตจะ และการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมัตจะปีละ 2 ครั้งขึ้นไป ซึ่งภายในปี 2571 คาดว่าจะมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมสะสมมากกว่า 10,000 คน
ทั้งนี้ เมืองในมณฑลกุ้ยโจวที่มีชื่อเสียงด้านมัตจะ ได้แก่ เมืองถงเหริน ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งมัตจะของจีน” เนื่องจากมีประวัติการผลิตชามาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ประมาณ ค.ศ. 618-907) และสภาพธรรมชาติที่เหมาะสมต่อการปลูกชา เช่น พื้นที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก พื้นที่ภูเขาและมีเมฆหมอกปกคลุมบ่อย ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นชา ในปี 2560 เมืองถงเหรินได้ก่อตั้งสวนอุตสาหกรรมชาขึ้น โดยผงมัตจะที่เมืองถงเหรินผลิตมีความละเอียดมากกว่าผงแป้งทั่วไปกว่า 10 เท่า และในปี 2568 สวนอุตสาหกรรมแห่งนี้มีปริมาณการผลิตและจำหน่ายมัตจะรวม 2,500 ตัน ในจำนวนนี้เป็นการส่งออก 1,300 ตัน ซึ่งทั้งปริมาณการผลิต การจำหน่าย และการส่งออก ล้วนติดอันดับ 1 ของจีน โดยตลาดส่งออกครอบคลุมมากกว่า 50 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์
ที่มา: http://www.gz.chinanews.com.cn/jjgz/2026-04-02/doc-ihfcepvz6644198.shtml
