บลูเบอร์รี่เสฉวนล็อตแรกถึงไทยสำเร็จ ขยายโอกาส “ผลไม้เสฉวน” สู่ตลาดต่างประเทศ
11 May 2026
เมื่อเดือนเมษายน อำเภอฮุ่ยตง เขตปกครองตนเองชนชาติอี๋เหลียงซาน มณฑลเสฉวน ได้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลไม้ โดยสวนบลูเบอร์รี่หลายแห่งให้ผลผลิตอย่างอุดมสมบูรณ์ ล่าสุด บลูเบอร์รี่จากอำเภอฮุ่ยตงล็อตแรก ปริมาณ 3.96 ตัน ได้ผ่านการตรวจสอบและกักกันโรคจากด่านศุลกากรพานจือฮวา สังกัดศุลกากรเฉิงตู และผ่านพิธีการศุลกากรในประเทศไทยอย่างราบรื่น นับเป็นการส่งออกบลูเบอร์รี่ของมณฑลเสฉวนเป็นครั้งแรก หรือ “ก้าวแรก” ของบลูเบอร์รี่เสฉวนสู่ตลาดต่างประเทศ
รายงานของ Red Star News ระบุว่า เพื่อสนับสนุนให้บลูเบอร์รี่ล็อตแรกสามารถส่งออกได้สำเร็จ ศุลกากรเฉิงตูได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกและประสานงานกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรลงพื้นที่สำรวจแหล่งเพาะปลูกจริง จัดทำแนวทางช่วยเหลือแบบ “หนึ่งสินค้า หนึ่งมาตรการ”[1] ให้สอดคล้องกับลักษณะของสินค้า พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการในการขึ้นทะเบียนสวนผลไม้และโรงคัดบรรจุสำหรับการส่งออก ตลอดจนเสริมสร้างการเฝ้าระวังศัตรูพืชและการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ ศุลกากรยังได้ติดตามและประสานงานด้านพิธีการผ่านแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การกำกับดูแลการส่งออกผลไม้สดเป็นไปอย่างเข้มงวด มีระเบียบ และรวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพและระยะเวลาขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับสินค้าเกษตรสดที่มีอายุการเก็บรักษาจำกัด
ไม่เพียงบลูเบอร์รี่เท่านั้น จีนกำลังสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเฉพาะถิ่นในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมการฟื้นฟูชนบทและพัฒนาการค้าต่างประเทศคุณภาพสูง ผ่านการช่วยเหลือแบบ “หนึ่งสินค้า หนึ่งมาตรการ” อย่างต่อเนื่อง มณฑลเสฉวนกำลังผลักดันให้สินค้าเกษตรท้องถิ่นมีศักยภาพมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ

ในไตรมาสแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของมณฑลเสฉวนอยู่ที่ 2,090 ล้านหยวน หรือประมาณ 306.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของภาคการส่งออกสินค้าเกษตรของเสฉวน และศักยภาพของสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากพื้นที่ตอนในของจีนในการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ
เจ้าหน้าที่ศุลกากรเฉิงตูกล่าวว่า ในระยะต่อไป จะเดินหน้าดำเนินนโยบายอำนวยความสะดวกทางการค้าข้ามพรมแดน ผลักดันการปฏิรูประบบกำกับดูแลด้านการตรวจสอบและกักกันโรค รวมถึงใช้ประโยชน์จากการพัฒนา “ศุลกากรอัจฉริยะ” เพื่อปรับปรุงขั้นตอนพิธีการศุลกากรและยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ สนับสนุนให้สินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “เสฉวน” สามารถขยายสู่ตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น และช่วยขับเคลื่อนการยกระดับภาคเกษตรและการฟื้นฟูชนบทของท้องถิ่นอย่างรอบด้าน
ศูนย์ BICChengdu เล็งเห็นว่า การส่งออกบลูเบอร์รี่เสฉวนล็อตแรกมายังประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของไทยในฐานะตลาดปลายทางที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากจีน โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้สดพรีเมียมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเมืองใหญ่ ซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัยและความหลากหลายของสินค้า การที่บลูเบอร์รี่เสฉวนสามารถผ่านพิธีการศุลกากรไทยได้อย่างราบรื่นจึงไม่เพียงเป็นความสำเร็จของฝ่ายจีน แต่ยังสะท้อนถึงความพร้อมของระบบนำเข้าและช่องทางกระจายสินค้าของไทยในการรองรับสินค้าเกษตรสดจากแหล่งผลิตใหม่ ๆ
ในเชิงการค้า ไทยอาจได้รับประโยชน์จากการมีสินค้าผลไม้สดคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ผู้ค้าปลีก ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการอาหาร โดยบลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีภาพลักษณ์ด้านสุขภาพและมีความต้องการในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบน การนำเข้าจากเสฉวนจึงอาจช่วยเติมเต็มตลาดในช่วงที่ผลผลิตจากแหล่งนำเข้าเดิมมีจำกัด หรือมีต้นทุนสูง
ในเชิงโลจิสติกส์ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรสดระหว่างพื้นที่ตอนในของจีนกับไทย โดยเสฉวนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของจีนตะวันตก และมีศักยภาพในการเชื่อมโยงกับอาเซียนผ่านระบบราง ถนน และการขนส่งทางอากาศ หากสามารถพัฒนาโซ่ความเย็นและระบบกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไทยอาจกลายเป็นทั้งตลาดปลายทางและศูนย์กลางกระจายสินค้าเกษตรจีนสู่ประเทศอื่นในภูมิภาค
ในเชิงความร่วมมือด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร การส่งออกครั้งนี้เปิดโอกาสให้หน่วยงานไทยและจีนขยายความร่วมมือด้านการตรวจสอบ กักกันโรค ความปลอดภัยอาหาร และการรับรองแหล่งผลิตซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคไทย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยยังสามารถศึกษามาตรฐานการผลิต การคัดบรรจุ และการจัดการคุณภาพของสินค้าเกษตรจีน เพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาสินค้าเกษตรไทยสำหรับส่งออกไปจีนได้เช่นกัน
ในภาพรวม ศูนย์ BIC Chengdu มองว่า การที่บลูเบอร์รี่เสฉวนเริ่มเข้าสู่ตลาดไทยถือเป็นสัญญาณของการเชื่อมโยงทางการค้าเกษตรที่ลึกซึ้งขึ้นระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะระหว่างไทยกับมณฑลตอนในของจีนที่กำลังเร่งเปิดตลาดต่างประเทศ สำหรับไทย โอกาสไม่ได้อยู่เพียงการนำเข้าสินค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขยายความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ มาตรฐานสินค้าเกษตร การค้าปลีก และการจับคู่ธุรกิจซึ่งอาจต่อยอดไปสู่ความร่วมมือสองทาง ทั้งการนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพจากจีน และการผลักดันสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดจีนตะวันตกในอนาคต
[1] “หนึ่งสินค้า หนึ่งมาตรการ” หมายถึง “แนวคิดการบริหารจัดการที่กำหนดมาตรการเฉพาะให้กับสินค้าแต่ละประเภท” โดยมีหัวใจสำคัญคือการหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการแบบ “เหมารวม” หรือ “ใช้แนวทางเดียวกับทุกกรณี” แต่ใช้วิธีการบริหารที่ละเอียดอ่อน แตกต่างกันตามลักษณะของสินค้า เพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ด้านความปลอดภัยสินค้าเกษตร: กำหนดระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยเฉพาะสำหรับสินค้าเกษตรแต่ละชนิด โดยพิจารณาตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม หรือ ด้านการกำกับดูแลอาหาร: จัดทำบัญชีความเสี่ยง มาตรการ และความรับผิดชอบสำหรับอาหารกลุ่มสำคัญ เพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงอย่างตรงจุด
ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
1. https://sc.people.com.cn/n2/2026/0430/c379470-41567910.html
ที่มาของรูปภาพ:
1. 699pic.com
