การห้ามค้าและบริโภคสัตว์ป่าและผลกระทบต่อเกษตรกรในมณฑลเจียงซี

โดยศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเซี่ยเหมิน

ภายหลังจากที่รัฐบาลจีนออกกฎหมายห้ามค้าและบริโภคสัตว์ป่าโดยครอบคลุมถึงสัตว์ป่าบางประเภทที่เพาะพันธุ์และเลี้ยงในฟาร์มซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา รบ.มณฑลเจียงซีส่ง จนท. ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด ส่งผลให้เกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับการเพาะพันธุ์ เลี้ยง และจำหน่ายสัตว์ป่าหลายชนิดในมณฑลเจียงซีต้องหยุดกิจการ โดยกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เช่น กลุ่มเกษตรกรเพาะพันธุ์และเลี้ยงหนูไม้ไผ่ (bamboo rat) เนื่องจากเดิมการเพาะเลี้ยงหนูไม้ไผ่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐให้เป็นอาชีพหลักของผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดปัญหาความยากจน แต่หลังจากที่มีรายงานโดย นพ.จงหนานซานว่า หนูไม้ไผ่อาจเป็นหนึ่งใน intermediate host ของเชื้อ COVID-19 หนูไม้ไผ่จึงถูกห้ามเลี้ยงและจำหน่าย รวมถึงกลุ่มเกษตรกรเพาะพันธุ์และเลี้ยงชะมด (masked palm civet) ซึ่งถูกระบุโดย WHO ว่าเป็นหนึ่งใน intermediate host ของ SARS ซึ่งเมืองจี่อาน มณฑลเจียงซีเป็นแหล่งเพาะพันธุ์และจำหน่ายชะมดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีนโดยมีมูลค่าการผลิตกว่า 35 ล้านหยวนต่อปี

อย่างไรก็ดี ทางการเจียงซียังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการเยียวยาเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ เลี้ยงและจำหน่ายสัตว์ป่าเพื่อการบริโภค ขณะที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมว่า สุดท้ายจีนอาจไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายห้ามค้าและบริโภคสัตว์ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากยังมีกลุ่มอดีต จนท.รัฐมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าว เช่น เป็นนายทุนสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในพื้นที่

ทั้งนี้ กรมการป่าไม้แห่งชาติจีนระบุว่า ในปี 2559 อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วจีนมีมูลค่าการผลิตกว่า 5.2 แสนล้านหยวน และมีแรงงานในอุตสาหกรรมดังกล่าวทั่ว ปท. กว่า 14 ล้านคน

 

Zeng Yuancheng

Zeng Yuancheng

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ เมืองเซี่ยเหมิน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม