กว่างซีลุยสร้างสถานีฐาน 5G ตั้งเป้า 20,000 จุดภายในปีนี้

ไฮไลท์

  • เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง นับเป็นมณฑลแรกๆ ในจีนที่เริ่มใช้งานเครือข่ายสัญญาณ 5G โดยหลังจากที่เมื่อต้นปี 2561 นครหนานหนิงเป็นได้รับการกำหนดให้เป็นจุดทดลองสัญญาณ 5G ของประเทศจีน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายสัญญาณ 5G ในกว่างซี โดยมี China Mobile เป็นผู้เล่นหลัก
  • เทคโนโลยี 5G เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้กว่างซีก้าวสู่สังคมดิจิทัลตามเป้าหมาย “Digital Guangxi” ด้วยคุณสมบัติที่สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงและมีความเสถียร สามารถรองรับอุปกรณ์การใช้งานที่หลากหลายโดยไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาร์ทโฟนเท่านั้น และกว่างซีได้นำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ในหลายสาขาแล้ว อาทิ การแพทย์ การศึกษา การท่องเที่ยว การคมนาคม การเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต และสื่อแนวใหม่ (New Media)
  • 1 ปีที่ผ่านมา เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้จัดตั้งสถานีฐาน 5G ครอบคลุมทั่วทั้ง 14 เมืองของมณฑล รวมจำนวน 4,439 สถานี ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 3,000 สถานี โดย “นครหนานหนิง” มีจำนวนสถานีฐาน 5G มากที่สุดในมณฑล อยู่ที่จำนวน 1,741 สถานี (สัดส่วน 2%)
  • เป้าหมายการทำงานในปี 2563 กว่างซีตั้งเป้าเพิ่มสถานีฐาน 5G ให้ได้ 20,000 สถานี รักษาระดับการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในมณฑลให้สูงกว่า 20% โดยใช้งบประมาณ 10,000-11,000 ล้านหยวน และพัฒนาผู้ใช้บริการ 5G ให้ได้ 3 ล้านคน
  • นอกจากนี้ กว่างซียังมีแผนเร่งพัฒนาและปรับปรุงเครือข่าย 5G ในรูปแบบการสร้างงานบริการดิจิทัลและเปิดใช้งานสัญญาณ 5G เชิงพาณิชย์ให้กว้างขวาง ครอบคลุม และตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้กว่างซีก้าวไปสู่ “Optical Network City”

 

เทคโนโลยี 5G เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้กว่างซีก้าวสู่สังคมดิจิทัลตามเป้าหมาย “Digital Guangxi” ด้วยคุณสมบัติที่สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงและมีความเสถียร สามารถรองรับอุปกรณ์การใช้งานที่หลากหลายโดยไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาร์ทโฟนเท่านั้น และกว่างซีได้นำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ในหลายสาขาแล้ว เช่น การแพทย์ การศึกษา การท่องเที่ยว การคมนาคม การเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต และสื่อแนวใหม่ (New Media) เป็นต้น

เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง นับเป็นมณฑลแรกๆ ในจีนที่เริ่มใช้งานเครือข่ายสัญญาณ5G โดยหลังจากที่เมื่อต้นปี 2561 นครหนานหนิงเป็นได้รับการกำหนดให้เป็นจุดทดลองสัญญาณ 5G ของประเทศจีน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายสัญญาณ5G ในกว่างซี โดยมี China Mobile เป็นผู้เล่นหลัก

หลังจากที่มีการกรุยพื้นฐานเพื่อเร่งสร้างสถานีฐานเพื่อรองรับการใช้งาน 5G แล้ว เมื่อเดือนมีนาคม 2562 China Telecom สาขากว่างซี ได้เปิดใช้ 5G เต็มรูปแบบ (Stand alone – SA) ในนครหนานหนิง ซึ่งเป็นการใช้งานที่มีสเกลขนาดใหญ่ที่สุดเป็นแห่งแรก และเป็นโครงข่ายทดลองสัญญาณ 5G เชิงพาณิชย์แบบเต็มรูปแบบในพื้นที่ตัวเมืองเป็นที่แรกในจีน จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือในกว่างซีได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การใช้งาน 5G เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ

ระบบ 5G มีจุดเด่น 3 ประการ คือ

  • รับส่งข้อมูลได้เร็วกว่าระบบ 4G ถึง 10-100 เท่า ความเร็วในการสื่อสารข้อมูลสูงถึง 10 Gbit/s สามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ความละเอียดสูง (HD) หนึ่งเรื่องเพียงเสี้ยววินาที และสามารถรับชมวีดิโอระดับ HD พร้อมกัน 16 ช่องได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด
  • ความหน่วงของระบบ (Latency) ลดลง 5-10 เท่า ในระดับ 1 มิลลิวินาที (4G มีความหน่วง 10 มิลลิวินาที) ซึ่งช่วยในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีไร้คนขับและยกระดับความปลอดภัยของยานยนต์ไร้คนขับได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากการตอบสนองที่รวดเร็วของระบบควบคุมการหยุดรถ
  • ความหนาแน่นในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ (Connection Density) เพิ่มขึ้น 10-100 เท่า ในระดับล้านอุปกรณ์ต่อตารางกิโลเมตร โดยสามารถเชื่อมต่อไฟถนน ไฟจราจร มิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำปะปา รวมถึงกล้องวงจรปิดกับระบบ 5G ได้ทั้งหมด ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่สาธารณะของเมือง

เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 รัฐบาลกว่างซีได้ประกาศ “แผนปฏิบัติการเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรม 5G ระยะ 3 ปี” (ระหว่างปี 2562-2564) โดยได้จัดตั้งทีมพัฒนาเครือข่าย 5G เกือบ 4,000 คน และกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม 5G ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาทิ ปัญหาต้นทุนการใช้ไฟฟ้าของสถานีฐานและค่าเช่าท่อสัญญาณ (Communication Pipeline) ที่ค่อนข้างสูง การเข้าติดตั้งในหมู่บ้านชุมชนที่ทำได้ยาก การอนุมัติแผนการใช้ที่ดิน การเริ่มงานก่อสร้างมีความล่าช้า รวมถึงอุปสรรคอื่นๆ ในการก่อสร้างสถานีฐาน 1,700 กว่าแห่ง และแหล่งสัญญาณรบกวนในหมู่บ้านชุนชน

ข้อมูล ณ สิ้นปี 2562 เขตฯ กว่างซีจ้วง มีสถานีฐาน 5G ที่เปิดใช้งานแล้ว 4,439 สถานี ครอบคลุมทั้ง 14 เมืองทั่วมณฑล ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ได้วางไว้ที่ 3,000 สถานี แบ่งเป็นสถานีฐานของ China Mobile จำนวน 3,148 สถานี (ครองสัดส่วน 71%)  China Telecom จำนวน 933 สถานี (สัดส่วน 21%) และ China Unicom จำนวน 358 สถานี (สัดส่วน 8%)

โดยนครหนานหนิงมีจำนวนสถานีฐาน 5G มากที่สุดในมณฑล จำนวน 1,741 สถานี (สัดส่วน 39.2%)รองลงมา คือ เมืองกุ้ยหลิน 718 สถานี สัดส่วน 16.2%) และเมืองหลิ่วโจว 682 สถานี (สัดส่วน 15.4%)

เป้าหมายการทำงานในปี 2563 กว่างซีตั้งเป้าเพิ่มสถานีฐาน 5G ให้ได้ 20,000 สถานี รักษาระดับการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในมณฑลให้สูงกว่า 20% โดยใช้งบประมาณ 10,000-11,000 ล้านหยวน พัฒนาผู้ใช้บริการ 5G ให้ได้ 3 ล้านคน ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจพัฒนาและประยุกต์ใช้ 5G ในสาขาธุรกิจสำคัญและเป็นต้นแบบของภาคธุรกิจอื่น ติดตั้งสายเคเบิลเพิ่มอีก 60,000 กิโลเมตร บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตเชื่อมข้ามมณฑลเพิ่มขึ้น 9 ล้านเมกะไบท์ และพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใยแก้วสู่หมู่บ้าน 5,000-7,500 แห่ง

นอกจากนี้ กว่างซียังมีแผนเร่งพัฒนาและปรับปรุงเครือข่าย 5G ในรูปแบบการสร้างงานบริการดิจิทัลและเปิดใช้งานสัญญาณ 5G เชิงพาณิชย์ให้กว้างขวาง ครอบคลุม และตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้กว่างซีก้าวไปสู่ “Optical Network City”

 

 

จัดทำโดย นางสาววัชราภรณ์  พรหมพินิจ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
เรียบเรียงโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
ที่มา เว็บไซต์ www.nnwb.nnnews.net (南宁晚报) ประจำวันที่ 13มีนาคม2563
เว็บไซต์ www.gx.chinanews.com (中国新闻网) ประจำวันที่ 13 มีนาคม 2563
รูปประกอบ www.pixabay.com

 

thaibiz_editor

thaibiz_editor

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม