กระแสท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนในฝูเจี้ยนกับโอกาสธุรกิจไทย (ตอนที่ 1)

หากจะกล่าวถึงกระแสที่มาแรงหลังช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีนแล้วละก็ คงหนีไม่พ้นกระแสการท่องเที่ยวของชาวจีน ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีนและท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในหลายประเทศก็กำลังให้ความสนใจและจับตามองตลาดจีนเป็นพิเศษ

จากการจัดอันดับเกี่ยวกับ “แนวโน้มการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงตรุษจีน ประจำปี 2016” ของเว็บไซด์บริการด้านการท่องเที่ยวครบวงจรชื่อดังของจีน Ctrip.com (携程) เผยว่า ในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา ชาวจีนมีสถิติการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยการท่องเที่ยวในประเทศจีนนั้น เดิมจะเป็นการท่องเที่ยวตามหัวเมืองหลักหรือเมืองชั้นหนึ่ง (1st Tier City) อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว แต่ในปีนี้พบว่านักท่องเที่ยวจีนมีการกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองชั้นรองอันดับสอง สาม สี่มากขึ้น ทำให้เมืองชั้นรองมีอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นนำหน้าเมืองชั้นหนึ่ง 

รูปภาพ เมืองในมณฑลฝูเจี้ยน 

*  ท่องเที่ยวฝูเจี้ยนคึกคัก

มณฑลฝูเจี้ยน อยู่ติดทะเลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ตรงข้ามกับเกาะไต้หวัน มีทรัพยากรท่องเที่ยวหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และหลายแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจีน อาทิ บ้านดิน เขาอู่อี๋ซาน วัดเส้าหลิน เป็นต้น

เมื่อไม่นานมานี้ มณฑลฝูเจี้ยนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางของนโยบายเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 (21st Century Maritime Silk Road) จึงทำให้เมืองสำคัญอย่าง “เมืองเฉวียนโจว” ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองต้นกำเนิดของเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต” และเมืองเซี่ยเหมิน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวติดทะเลที่มีความสวยงามอันดับต้นๆ ของจีน และเป็นพื้นที่เขตการค้าเสรี 1 ใน 3 ของมณฑลฝูเจี้ยน ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก

กรมการท่องเที่ยวมณฑลฝูเจี้ยนเผยว่า ช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลตรุษจีนปี 2016 มณฑลฝูเจี้ยนมีรายได้จากการท่องเที่ยวทะลุ 1 หมื่นล้านหยวนเป็นครั้งแรก อยู่ที่ 10,374 ล้านหยวน (+23.5%) และมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 154,281 ล้านคน (+20.6%) ถือเป็นอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง

เมืองเฉวียนโจว  ล่าสุด รายการถ่ายทอดสดชื่อดังทางโทรทัศน์ช่อง CCTV ของจีน Spring Festival Gala show หรือ “ชุนหว่าน” (春晚) ซึ่งมีเฉพาะช่วงตรุษจีนเท่านั้น ในปีนี้รายการดังกล่าวได้เพิ่มความพิเศษ โดยการใช้เมืองสำคัญหลายแห่งทั่วจีนเป็นเวทีย่อยในการแสดง เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่นของที่นั้นๆ สู่สายตาชาวโลก โดยมณฑลฝูเจี้ยนได้รับเลือกให้ใช้เมืองเฉวียนโจวเป็นเวทีย่อยสำหรับการถ่ายทอดสดการแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมหมิ่นหนาน (วัฒนธรรมของชาวฝูเจี้ยนตอนใต้) ส่งผลให้เมืองเฉวียนโจวได้รับความสนใจจากชาวจีนและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเมืองเฉวียนโจวเป็นเมืองเก่าแก่ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก ช่วงวันหยุดตรุษจีนปี 2016 เพียง 7 วัน เมืองเฉวียนโจวมีการต้อนรับนักท่องเที่ยวสูงถึง 1.75 ล้านคน (+16.8%) และมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมถึง 1,487 ล้านหยวน (+18.3%) โดยสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองนี้ ได้แก่ วัดเส้าหลิน (少林寺) เหวินเมี่ยว (文庙, ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้เป็นเวทีย่อยของรายการชุนหว่าน) เทียนโฮ่วกง (天后宫) วัดเฉิงเทียน (承天寺) เป็นต้น 

เมืองเซี่ยเหมิน เป็นเมืองท่องเที่ยวติดทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติอันดับต้นๆ ของจีน ในปีนี้ กลายเป็นเมือง “ม้ามืด” ที่ขึ้นครองอันดับหนึ่ง “เมืองจุดหมายปลายทางของจีนที่ได้รับความนิยมจากนักเดินทางมากที่สุด” แซงหน้าเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของจีนอย่าง ปักกิ่ง ซานย่า คุนหมิง กว่างโจว ลี่เจียง และยังอยู่ใน Top 10 ของ “สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตปี 2016” จากการจัดอันดับของ Ctrip.com ด้วย

กรมการท่องเที่ยวเมืองเซี่ยเหมินเผยว่า วันหยุดยาว 7 วันในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา เซี่ยเหมินมีสถิติการต้อนรับนักท่องเที่ยวถึง 1.94 ล้านคน  (+5.51%) และมีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นมูลค่า 2,040 ล้านหยวน  (+7.03%) โดยในจำนวนดังกล่าว แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่ค้างแรม 5.63 แสนคน (หรือ 28.92% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาเซี่ยเหมิน) และเป็นนักท่องเที่ยวแบบ One-day Trip รวม 1.38 ล้านคน (หรือ 71.08% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาเที่ยวเซี่ยเหมิน)

สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของเมืองเซี่ยเหมิน ได้แก่ วัดหนานผู่ถัว (南普陀寺, Nanputuo Templeเป็นวัดเจ้าแม่กวนอิมศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงของเมืองเซี่ยเหมิน) เกาะเปียโน/เกาะกู่ลั่งหยวี่ (鼓浪屿, Gulangyu Island เกาะเล็กๆ ที่มีสถาปัตยกรรมผสมแบบจีน-ตะวันตก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น) ถนนหวนต่าวลู่ (环岛路,Huandao Road ถนนเลียบแนวชายหาดของเกาะเซี่ยเหมินที่มีทัศนียภาพสวยที่สุด) ตรอกเจิงชั่วอัน (曾厝垵,Zengcuo ’an street ถนนคนเดินที่มีเอกลักษณ์ จำหน่ายของกินเล่นและของฝากพื้นเมือง) เป็นต้น   

 ปัจจัยที่ทำให้การท่องเที่ยวของฝูเจี้ยนขยายตัว

รูปภาพจากเว็บไซด์ข่าวซินหวา

ü  การคมนาคมที่สะดวกสบาย มณฑลฝูเจี้ยนมีการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง อาทิ การใช้นโยบาย “ฟรีค่าธรรมเนียมทางด่วน” เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ส่วนตัว อีกทั้งการคมนาคมระบบรางก็มีความสะดวกสบาย มีการเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงหลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางเหอ-ฝู (เหอเฝยในมณฑลอันฮุย-นครฝูโจวในมณฑลฝูเจี้ยน) และเส้นทางก้าน-รุ่ย-หลง (เมืองก้านโจว-เมืองรุ่ยจินในมณฑลเจียงซี-เมืองหลงเหยียนในมณฑลฝูเจี้ยน)

ü  โปรโมชั่นท่องเที่ยวราคาพิเศษ บริษัทท่องเที่ยวหลายมีการแข่งขันกันในตลาดอย่างเข้มข้น โดยมีการออกโปรแกรมส่งเสริมการขายทัวร์ท่องเที่ยวแบบ ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดลูกค้า ทำให้นักท่องเที่ยวมีตัวเลือกมากขึ้น

ü  ความสะดวกด้านห้องพัก/โรงแรม และมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ ปัจจุบัน เซี่ยเหมินมีกิจการด้านโรงแรม/ที่พักแบบโฮมสเตย์ (Homestay) รายใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ในปี 2015 มีกิจการรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 550 ราย โดยแต่ละแห่งก็มีการตกแต่งเป็น Theme ต่างๆ ให้ดูสวยงาม แปลกตา และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ü  มี Theme ด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อาทิ ไร่ชา บ่อน้ำพุร้อน ล่องแพ ปีนเขา เป็นต้น การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เช่น ตามรอยเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต ตามรอยเส้นทางขนส่งชาหมื่นลี้ในอดีต หรือแม้แต่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น เที่ยวชมวิถีชีวิตชาวฮกเกี้ยน บ้านดินวัฒนธรรมหมู่บ้านโบราณต่างๆ เป็นต้น

ü  โซเชียลมีเดีย (Social media) เนื่องจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่ปัจจุบันของชาวจีนที่ต้องแข่งขันกับเวลา ทำให้พฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนเปลี่ยนไป โดยหันเข้าหาโลกออนไลน์มากขึ้น เช่นเดียวกับการท่องเที่ยว คนจีนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เนื่องจากมีความสะดวกและรวดเร็ว และปัจจุบันก็มีเว็บไซด์แนะนำการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ให้ผู้ใช้สามารถเลือกประเภทรีวิวท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับ budget ของตัวเอง 

*  ช่องทางโอกาสธุรกิจไทย

จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของมณฑลฝูเจี้ยนนับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และรัฐบาลท้องถิ่นก็ได้ให้ความสำคัญ พร้อมทั้งผลักดัน “แบรนด์ท่องเที่ยวฝูเจี้ยน” ให้ติดตลาดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ          

สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวไทย ควรมีการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เพื่อหาช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันมณฑลฝูเจี้ยนมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจองตั๋วโดยสาร การจองที่พัก รีวิวการท่องเที่ยว แม้แต่การจองแท็กซี่ต่างเมืองล่วงหน้า ก็สามารถทำได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ  ดังนั้น ช่องทางออนไลน์จึงเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังควรให้ความสนใจมากขึ้นต่อข้อมูลข่าวสาร การแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านโซเชี่ยลมีเดียของชาวจีน เพราะสิ่งนี้จะช่วยสะท้อนกระแสนิยมของกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการทำการตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที

 * * * * * * * * * *  

**ข้อมูลเพิ่มเติม**

รายชื่อสถานที่มรดกโลกของจีนมณฑลฝูเจี้ยน

武夷山

1. เขาอู่อี๋ซาน — 武夷山 Mount Wuyi (12-1999)

ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อเดือน ธ.ค. 1999 เขาอู่อี๋ซาน ตั้งอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน เป็นจุดชมวิวสำคัญของจีน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งใน 4 แห่งของจีนที่ได้รับให้เป็นทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติของโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน ครอบคลุมพื้นที่ของเขตอนุรักษ์ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ 4 เขต ได้แก่ เขตทิวทัศน์เขาอู่อี๋ซาน  เขตอนุรักษ์ธรรมชาติเขาอู่อี๋ซาน โบราณสถาน และเขตอนุรักษ์ต้นน้ำจิ่ว ชวี มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รายล้อมด้วยทิวเขาสลับกันไปมา มีอากาศสดชื่น เย็นสบายตลอดปี มีลำธารน้อยใหญ่หลายสาย และมีภูเขา หุบเขารูปร่างแปลกตาเรียงรายสลับกันมากมาย เป็นจุดเด่นของเขาอู่อี๋ซาน

土楼

2. บ้านดิน หรือ ถู่โหลว — 福建土楼Fujian Tulou

บ้านดิน” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2008 เป็นบ้านที่สร้างจากดินโดยชาวจีนแคะ (Hakka) มีอายุหลายร้อยปี บ้านดินที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของมณฑลฝูเจี้ยนมีทั้งหมด 46 หลัง ใน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลหย่งติ้ง ตำบลหนานจิ้ง และตำบลหัวอัน บ้านดินเกิดขึ้นครั้งแรกในราชวงศ์ซ่ง และมีการพัฒนาเรื่อยมาจนถึงราชวงศ์ชิง ปัจจุบัน บ้านดินในฝูเจี้ยนมีทั้งหมด 3,000 หลัง ซึ่งกลุ่มบ้านดินที่เก่าแก่ที่สุดและใหม่ที่สุดอยู่ที่หมู่บ้านฉูซี (初溪) ตำบลหย่งติ้ง

Writer

Writer

เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน

Print

COMMENT

avatar
  Subscribe  
Notify of

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม